บทเรียนจากการย้ายบ้าน
ผมเพิ่งย้ายบ้านเสร็จ ย้ายบ้านคราวนี้สนุกและเป็นไปได้ด้วยดี
แม้จะไม่ได้วางแผนแบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่การเตรียมตัวเตรียมใจ อีกศึกษากลยุิทธ์ ก็ทำให้การย้ายบ้านครั้งทีสามของผมนี้เป็นไปได้ด้วยความราบรื่น ลื่นไหลจนไม่เชื่อว่านี่คือสิ่งที่ผมประหม่า่ และหวาดกลัวในห้วงเวลาก่อนที่การย้ายบ้านจะเกิดขึ้นจริงๆ
บางครั้งแผนการของเรา เพียงแค่เตรียม "หัวใจ" ให้พร้อม แค่นี้ก็เกินพอแล้ว
"หัวใจ" ที่เตรียมพร้อม และแกร่งกล้า คือ สิ่งสำคัญของมนุษย์ วันนี้ผมได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วว่า แม้กายจะเหนื่อยล้าเพียงใด หากหัวใจยังเข้มแข็ง การงานใดๆ ที่หวังมุ่งก็จะสำเร็จได้ตามปรารถนา
ตอนเป็นเด็กผมเล่นรักบี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ฝึกฟิตซ้อมมาอย่างดีเยี่ยม ตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง วิ่งรอบโรงเรียน 10 รอบก่อนเข้าเรียนตอนเจ็ดโมงตรง ข้าวเช้าก็อุดมไปด้วยอาหารห้าหมู่ เพิ่มความฟิตเปรี้ยะด้วยไข่อีกสองสามฟอง พออาหารว่าง ก็กระดกนมกล่องไทย-เดนมาร์กอีกหนึ่งลิตร พอข้าวกลางวันก็เช่นเดิมอาหารพร้อมเสมอ การซ้อมตอนเย็น นอกจากจะเป็นการฝึกกำลังแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยการฝึกเทคนิควิธีทางๆ ทั้งแบบส่วนตัวและของทีม
ก่อนลงแข่งขัน ไม่ต้องบอกก็ูรู้ว่า ร่างกายของเรานั้นพร้อมมากเพียงใด แ่ต่พอผลการแข่งขันออกมา นอกจากจะชนะแ้ล้ว เราก็มักแพ้บ่อยๆ เหมือนกัน พอแล้วก็มีคนบอกว่าเรายังฟิตไม่พอ ต้องวิ่งเพิ่มอีก ต้องซ้อมมากขึ้นอีก แต่บางครั้ง แม้จะซ้อมแล้วซ้อมอีก แต่ก็ยังไม่ชนะสักที ผมสงสัยกับตัวเองว่าทำไม เราไม่เก่งหรือ
แต่มีอยุ่ครั้งหนึ่ง เราเตรียมทีมได้ห่วยแตกมาก เวลาซ้อมก็มาเล่นกัน วิ่งก็วิ่งไม่มาก แต่ทำไมเราถึงชนะได้ เพราะในทีมมีคนเก่งฉกาจด้วยฝีมือและลีลาหรือ ผมก็มักสงสัย
การย้ายบ้านคราวนี้ให้คำตอบกับผมว่า เพราะหัวใจต่างหากที่สำคัญที่สุด หากไม่มี "หัวใจ" ให้กับการกระทำสิ่งใดแล้ว แม้ร่างกาย หรือทรัพยากรอื่นๆ จะพร้อมสรรพเพียงใด การงานนั้นก็มิวันจะสำเร็จลุล่วงลงไปได้เลย
ผมดีใจที่ผมได้พิสูจน์ให้รู้กับตัวเองแล้วว่า ผมก็เป็นคนมี "หัวใจ" เหมือนกัน
----
เวลาที่ใช้ทั้งหมดในการย้ายบ้านครั้งนี้ นับได้แล้วไม่ถึง 15 ชั่วโมงดี
"การย้ายบ้าน" ในที่นี้ หมายถึงกระบวนการที่เริ่มจากการเก็บของจากบ้านเก่า เอาขยะบ้านเก่าไปทิ้ง เตรียมพร้อมบ้านเก่าใกล้เคียงกับเมื่อย้ายเข้าให้มากที่สุด ขนของจากบ้านเ่ก่าไปบ้านใหม่ คืนกุญแจบ้านเก่า รับกุญแจบ้านใหม่ จนมาสิ้นสุดที่การนั่งเอกเขนกในบริเวณของบ้านใหม่
ผมกลับจากวอชิงตันดีซีมาถึงนิวยอร์กตอนสี่ทุ่มเมื่อคืน และมานั่งเขียนบันทึกฉบับนี้ในเวลาอีกสี่นาทีจะสี่โมงเย็นของวันนี้ (หลังจากเข้าไปกินซับเวย์ที่ไทม์สแควร์ และจัดทำธุระอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการย้ายบ้านมาด้วย)
เมื่อคืนกว่าจะได้เริ่มเก็บของจริงๆ จัง ก็ตีสี่เข้าไปแล้ว ผมเก็บของเสร็จในเวลาสองสามชั่วโมงต่อมา พร้อมๆ กับไปซักผ้าให้เีรียบร้อยเพราะจะได้เก็บเข้ากระเป๋าได้สะดวก ราวเจ็ดโมงกว่า ผมก็งีบหลับไปสักสองชั่วโมง ทั้งๆ ที่อยากจะขนออกไปบ้านใหมเต็มทน แต่ก็เกรงใจเจ้าของห้อง ที่เขาอยุ่ในห้องเก่าของเขาเ็ป็นวันสุดท้าย และผมจะเข้าไปอยู่แทน กลัวเขาจะยังนอนหลับฝันสบาย ในวันที่อาการดีๆ เช่นนี้
หลับๆ ตื่นๆ จนลุกขึ้นเมื่อเวลาราวสิบโมงเช้า ่แล้วจึงทยอยขนกล่องน้อยใหญ่ที่มีอยู่ 7 กล่องออกไปวางไว้หน้าตึก และคิดว่าจะขนของเพียงเท่านี้ในเที่ยวแรก เมื่อเอาของมากองไว้หน้าตึกเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งไปที่ถนนหลักเพื่อเรียกแท็กซี่ซึ่งปกติจะไ่ม่ผ่านหน้าบ้านเก่า เ้พราะเป็นถนนสายเล็ก เมื่อได้แท็กซี่แล้ว ก็มาขนกล่องที่วางไว้ขึ้นไปด้วยความรวดเร็ว
แท็กซี่เจ้าแรกใจดี่ ลงมาช่วยจัดแจงและขนของใส่รถ ด้วยความปากหวานของผมจึงไม่ลืมที่จะชมเขาด้วยใจจริง และพูดคุยกันนิดหน่อยระหว่างทาง ราวสามนาทีก็มาถึงบ้านใหม่ที่อยุ่ห่างออกไปไม่ถึง 10 ถนน ที่มิเตอร์ขึ้นราคา 5 เหรียญ 30 เซนต์ ผมให้แบงค์ยิ่สิบเหรีญ และขอทอน 10 เหรียญ ให้ค่าทิปเกือบเท่าราคามิเตอร์ แต่ก็นี่แหละ เมืองนิวยอร์กที่การให้ทิปไม่ใช่วัฒนธรรม แต่เป็นการบังคับ
พอเสร็จ เจ้าของห้องเก่าก็มาช่วยด้วยใจยินดี ผมต้องขอบคุณ "เอก" เพื่อนคนไทยเจ้าของห้องเก่ามาก เพราะในเมืองใหญ่เช่นนี้ ผมมักจะหาน้ำใจไม่ค่อยได้ คราวก่อนย้ายบ้าน เจ้าของบ้านเก่า (รุมเมทเ่ก่าผมนั่นแหละ -ขอนินทาหน่อย) ยังไม่มากุลีกุจอช่วยอย่างนี้เลย
พอขนของเสร็จ ก็ไปรับกุญแจจากซุปเปอร์ฯ (superintendent -คนดูแลตึก) เอกบอกว่าจะช่วย ผมก็บอกว่าไ่ม่รบกวนดีกว่า ผมทำได้ เที่ยวเมื่อกี้ยังขนของได้เองทั้งหมดเลย ผมไม่ได้หยิ่งยะโสโอหัง หรือคิดว่าตัวเองเก่ง เพียงแต่ไม่อยากจะรบกวนใครเท่านั้น
ผมบอกเอกว่า แทนที่จะช่วย มานั่งคุยกันดีกว่า
คุยกันได้สักพัก เอกก็ได้แสดงน้ำใจขึ้นมาอีกว่าจะช่วย คราวนี้ผมไม่อาจทานทัดได้ จึงยอมให้เอกช่วย และเราก็เดินกันราวสิบห้านาทีไปยังบ้่านเก่าของผม
เที่ยวที่สองนี้ เป็นการขนไมโครเวฟ และตู้ปลาขนาด 24 นิ้ว ที่ภายในจัดเป็นสวนกึ่งบกกึ่งน้ำ หมายใจว่าจะเลี้ยงกบพิษ แต่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสสักที ตุ้ปลาทั้งหนัก ทั้งเปราะบาง ของอย่างอื่นก็เป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่เมื่อรวมกันแล้วนั้นไม่เล็กไม่น้อยเลย
ผมทำอย่างเดิม แต่คราวนี้มีเอกช่วยเฝ้าของให้ แท็กซี่คันที่สองนี้น้ำใจไม่ดีเท่าคันแรก แต่ก็ยังดีกว่าคราวย้ายบ้านครั้งก่อนมาก เขาลงมาช่วยจัดให้วางของได้พอดี แต่คราวก่อนน่ะสิ คนขับพี่ข้ารออยุ่ในรถ ปล่อยให้ผมขนจนมือชา ในความหนาวเหน็บ
ไม่นานเราก็ขนของเสร็จ และผมก็ย้ายมาบ้านใหม่อย่างเต็มตัว เอกต้องไปดูละครบรอดเวย์ที่ไทม์สแควร์ตอนบ่ายสองโมง ผมจึงชวนเอกกินข้่าวก่อนทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็บ่ายโมงตรงแล้ว เรานั่งแท็กซี่เข้าไปในเมือง และกินแซนวิชยี่ห้อซับเวย์กันด้วยความเอร็ดอร่อย ผมเดินไปส่งเอกที่โรงละครที่อยุ่ไม่ไกล แล้วก็กลับ "บ้านใหม่" ของผมด้วยความลุกลี้ลุกลน
เวลาิสิบห้าชั่วโมงที่ผ่านไป เป็นเวลาที่ผมไม่ได้คิดอะไรอื่นเลย ผมเรียกสภาวะจิตสงบเช่นนี้ว่า สมาธิ

1 Comments:
test test test
Post a Comment
<< Home