ผีบล็อก
ผีบล็อกตามมาหลอกหลอนครับ
ข ณะนี้เวลา 6 นาฬิกา 29 นาที ในเช้าวันพฤหัสที่ 26 พฤษภาคม ผมยังไม่หลับไม่นอน ผมคงกำลัง "เห่อ" ของเล่นชื้นใหมชิ้นนี้อยู่เป็นแน่ เพราะผมเพิ่งมีบล็อกเป็นของตัวเองได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดี
ผม "ติด" เวบล็อกในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยความดีสามประการของมัน
ประการแรก เ วบบล็อกมีความสบาย-ความลำลอง (casual) อยู่ในตัวของมันเอง คิดอย่างไรก็เขียนออกมาอย่างนั้น ไม่มีกรอบมากำหนด อยากคิดอยากเขียนอะไรก็เชิญตามสบาย ดังนั้น ความไม่เป็นทางการนี้เอง จึงทำให้ความคิดที่ปรากฎออกมาทางข้อเขียนนั้นเป็นความคิดส่วนบุคคล ซึ่งแสดงออกมาโดยจิตสะอาด มิจำเป็นต้องฝักฝ่ายใดเป็นสำคัญ ไม่มีเงื่อนงำแอบแฝง (hidden agenda) เป็นความคิดที่ส่งผ่านออกมาจากจิตใจ อีกยังเป็นสถานที่ฝึกปรือทักษะทางการเขียนได้อย่างดียิ่ง เพราะความสบายของเวบล็อกได้ขจัดความกังวลว่าจะใช้ภาษาไม่ถูกไม่ควร หรือไม่สละสลวยตามหลักภาษา
ประการที่สอง เวบล็อกได้ทำลายพรมแดนของ "กาล" และ "เทศะ" ออกเสียย่อยยับไม่เป็นชิ้นดี ในกาลก่อน การติดต่อสิ่อสารกันจำเป็นต้องมีติทั้งสองด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การมีเวบล็อกทำให้ข้อคิดข้อคิดเห็นสามารถแลกเปลี่ยนกันในชั่วพริบตาเดียว และเป็นสาธารณะ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เวบล็อกเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่น โดยไม่จำเป็นต้องคิดอยู่คนเดียว
ประการที่สาม เวบบล็อกทำให้อำนาจ (power) ที่เคยจำกัดอยู่กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีทรัพยากรเพรียบพร้อม (เรียกได้ว่าเป็นเผด็จการ -authoritarian- ทางความรู้ได้หรือไม่) กระจายสู่บุคคลสามัญในแนวราบมากขึ้น แต่ก่อนการที่จะส่งผ่านข้อมูลทางอิเลคทรอนิกส์นั้นจำกัดอยู่แต่เพียงกลุ่มคน ที่มีความรู้ทางเทคนิคในการทำเวบไซต์ หรือโฮมเพจ แต่เวบบล็อกได้ทำให้ "ผู้ใช้" สามารถเป็น "ผู้ทำ"ซึ่งเคยกุมบังเหียนแห่งอำนาจทางเทคโนโลยีสารสนเทศไว้แต่เพียงผู้เดียว
( เห็นไหมครับ ผม "กล้า" ที่จะแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่แสดงว่าผมเป็นผู้มีความรู้ เคร่งขรึม เคร่งเครียด และเป็นวิชาการได้ -ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นเลยสักข้อเดียว แต่อยากเป็นกับเขาบ้างเท่านั้น- โดยไม่ต้องกลัวว่าความเห็นของผมนี้จะผิดหรือถูก เพราะผมแดนความเป็นทางการนั้น ถูกลบเลือนออกไปจนแทบจะสูญสิ้น)
ผมอย ากจะเห็นจริงๆ ว่าโลกในยุคเวบล็อกจะเป็นเช่นไร ผมมองว่ามันได้ก้าวล้ำโลกยุคเวิร์ดไวด์เวป และเวบบอร์ดไปแล้วอีกหนึ่งขั้น นวัตกรรมชิ้นนี้ทำให้เกิดการจัดเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสำหรับคนทั่วไป
ผมตื่นเต้นจนออกหน้าออกตาเช่นนี้ อย่าหาว่าผมมัวแต่ไปอยู่ที่ไหนมาแล้วกันนะครับ ผมขอร้อง

3 Comments:
คุณtihtra
เนื่องจากผมหงุดเหงิดและไม่มีคนคุยด้วยในตอนนี้ (พี่ชายตัวดีกำลังทำการบ้านเขียนแบบสถาปัตย์ ที่มันไปเรียนอยู่ที่ม.กรุงเทพ คุณท่านฝากบอกท่านว่า ไม่ค่อยได้ตีกอล์ฟแล้ว เพราะกำลังทำงานหนักสร้างฐานะเตรียมตัวแต่งงานอยู่....อันหลังผมแต่งเองนะ อย่าซีเรียส)
ผมจึงต้องให้คุณมาเป็นคนนั้นที่ผมจะบ่นให้ฟัง
สมกับที่ blog ได้ให้ความสบาย ทำลายพรหมแดน และให้อำนาจกับผม อย่างที่คุณว่าเอาไว้
ผมเพิ่งไปสอนเด็กที่โรงเรียนมา
สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ผมถนัดนี่ล่ะ เป็นเด็กม.5 ผมไปสอนมาตั้งแต่ปีที่แล้วกับพี่ปิ่น อาจารย์รุ่นพี่ของผมที่คณะ แต่ตอนนี้พี่ปิ่นไม่อยู่ ผมเลยไปเดี่ยว
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมหงุดหงิดเด็ก เปล่าเลย เด็กน่ะเรียบร้อยมาก
ผมหงุดหงิดว่า เดี๋ยวนี้ทำไมเวลาจะเข้าไปโรงเรียนแต่ะที มันยากเย็นจริงๆ
นี่ผมไปช่วยนะ ไม่ได้ไปใช้ เจอท่านผู้บริหารชุดปัจจุบันแต่ละคน ก็มองกันแปลกๆ (ผมไม่รู้จักสักคน ได้ข่าวว่าตอนนี้ท่านผู้การก็วางมือไม่ได้มายุ่งอะไรแล้ว ก็เลยมีทีมใหม่เข้ามาบริหารจัดการ) คือผมไปเดินในโรงเรียนสักพักในช่วงรอที่จะสอน ผมรู้สึกว่าเขาไม่อยากให้ศิษย์เก่าเข้าไปยุ่งน่ะ
ผมยอมรับว่าศิษย์เก่าบางคนก็เข้าไปทำอะไรไม่ดี
แต่หลายๆคนเขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่คิดถึงมันไม่ได้หรือไงวะ ผู้การเองยังเคยบอกเลยว่าเวลามีเรื่องกลุ้มใจก็ชอบกลับไปเดินในโรงเรียน ผมจะขอบ้างนิดหน่อยไม่ได้หรือไง
ไอ้การสกรีนคนออกมาแบบนี้ มันก็ไม่ได้ดีซะทีเดียว ผมว่าการที่ศิษย์เก่ายังมีโอกาสได้เข้าไปในบางส่วนของโรงเรียนบ้าง มันก็ทำให้เด็กที่เพิ่งจบมันได้เจอกัน ได้รู้ความเป็นไปของแต่งละคน โดยเฉพาะพวกที่ไม่ได้อยู่รุ่นติดกัน
สำหรับสภาพโรงเรียน คุยกับเด็กกับครูก็ได้ความว่า ปัจจุบันคนที่คุมอะไรๆในโรงเรียนเป็นพวกนิยมยุคพระยาภรต ระเบียบค่อนข้างเฮี้ยบมาก ผมต้องกลับมาตัดสั้นเกรียนเหมือนเดิม (หลังจากไว้ผมยาวกันได้ในสมัยเรา)
อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปตามเวลา เรื่องนี้ผมก็เข้าใจ ส่วนตัวผมก็ไม่ได้คิดต่อต้านแนวทางที่ใครจะคิดจะทำเมื่อเขามีโอกาสทำในสิ่งที่เขาเชื่อ และเป็นความหวังดีที่ไม่ทำร้ายใคร
แต่พอมีประสบการณ์ตรงทีไร มันก็อดรู้สึกหงิดๆไม่ได้
ผมแค่รู้สึกอยากบ่น และไม่รู้จะบ่นให้ใครฟัง
ขอโทษที่เขียนเรื่องส่วนตัว ก็อยากคุยกับคุณบ้างเพราะคุณคงมีความคิดดีๆมาแลกเปลี่ยนกัน
คุณเองถือเป็นคนที่นับถือเป็นแบบอย่าง และผมก็ก้าวตามรอยเท้าของคุณมานาน ที่สำคัญเราก็เหมือนคนที่โตมาในบ้านเดียวกัน
มีเรื่องในบ้านก็เลยอยากเล่าให้ฟัง
ขอโทษเหล่า blogger ท่านอื่นด้วยที่กระผมนอกเรื่องซะยาว
ผมว่าคุณส่งmailมาให้ผมหน่อยดีกว่า
อยากได้ email address คุณน่ะ
จะได้คุยแบบส่วนตัวได้ ไม่ต้องสาธารณะแบบนี้
thorntu@yahoo.com
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับกับ "อิสระภาพ" ที่ได้รับ ดังคุณอะมอเรอร์ แวงซิต (?) ว่าไว้
ผมมานั่งนึกนะครับ ว่าสมัยก่อนการจะสร้างบ้านในไซเบอร์สเปซ (โฮมเพจ) ขึ้นมาตั้งละครั้งแต่ละหนนั้นยากเย็นเพียงไหน ยิ่งสร้างแล้วก็อยากจะเปิดเผยตัวตนตัวจริงของตนออกมาเพื่อที่จะสมกับความพยายามที่ใส่ลงไปทั้งหมดกับการสร้างบ้าน
ตอนผมเริ่มอยากจะมีโฮมเพจของตัวเองใหม่ๆ ต้องไล่เขียนในโปรแกรมโน๊ตแพด ตอนนั้นยังไม่มีดรีมวีพเวอร์ หรือฟรอนท์เพจให้ง่ายแบบนี้เลย
เมื่อสร้างบ้านได้ง่ายๆ แบบนี้ ก็ทำให้ง่ายขึ้นในการสร้างบ้านหลายๆ หลัง และ "จำแลง" (ดังที่คุณว่า) ตัวไปในบ้านหลังต่างๆ
คิดแล้วน่าสนุกดีครับ
Post a Comment
<< Home