ทำไมผมถึงชอบเดินทาง
นิตยสารอิมเมจ (?? 2548)
คอลัมน์ His Mind
รู้ไหม ถ้าถูกล็อตเตอรี่ ผมจะเอาเงินไปทำอะไร
ถ ้าเป็นสมัยยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ผมจะตอบอย่างไม่รีรอว่า จะฝากเงินเหล่านั้นไว้กับธนาคาร ตามแบบฉบับที่ดีของ "เด็กในวันนี้ ผู้ใหญ่ในวันหน้า"
แต่ในวันนี้ ความคิดเช่นนี้ไม่เคยอยู่ในหัวของผมเลย
ต ั้งแต่เรียนจบ ผมก็พุ่งกระโจนเข้าสู่ตลาดงานทันที งานที่ผมทำให้ผลตอบแทนพอสมควร เพื่อนหลายคนในวัยเริ่มทำงาน เริ่มพูดคุยกันในทำนองว่า เมื่อมีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว รู้จักจับจ่ายใช้สอย มีความตระหนี่ถี่เถียว และรอบคอบกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มากขึ้น พวกเขารู้สึกว่า เงินทองไม่ใช่ของหาง่าย ทุกบาททุกสตางค์มีค่าควรแก่การอดออมไว้ เพื่อประโยชน์อันยาวไกลในเบื้องหน้า
ไม่ผิดอะไรกับสิ่งที่เราเคยได้รับการกล่อมเกลามาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อยในโรงเรียน
ทุกวันนี้ ผมไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออมแม้แต่บาทเดียว จะว่าก็ว่าเถิด ผมเป็นคนสุรุ่ยสุร่าย
ผมไม่ได้สุรุ่ยสุร่ายกับอะไร แต่ผมสุรุ่ยสุร่ายกับ "การเดินทาง"
ต ั้งแต่ทำงานหาเงินได้เอง ผมตั้งปณิธานไว้ว่า เมื่อมีเงินในบัญชีจำนวนหนึ่งแล้ว จะใช้เงินนี้ออกเดินทางไปยังที่ไหนก็ได้ ตามแต่โอกาสจะอำนวย ไม่เกี่ยงว่าจะเคยไปแล้วหรือยังไม่เคยไป จะในหรือนอกประเทศ ขอให้ได้เปลี่ยนที่เปลี่ยนทางก็เป็นพอ
เ กือบปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เดินทางไปยังต่างถิ่น สถานที่แปลกหูแปลกตามมากที่สุดแล้วตั้งแต่ลืมมามาดูโลก นับโดยเฉลี่ย คงได้ประมาณหนึ่งถึงสองเดือนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง หากมีเวลาน้อยก็จะแวะเยือนจังหวัดต่างๆ ในประเทศ หากมีเวลานานสักหน่อย ก็อดไม่ได้ที่จะไปเรียนรู้กับผู้คนต่างรัฐต่างวัฒนธรรมบ้าง
เ ริ่มกันที่กลางปีก่อน ผมได้ลุยลาวตอนใต้กับเพื่อนรักที่สุด หนึ่งเดือนต่อจากนั้น ได้ลงไปภูเก็ตและพังงาไปพบเพื่อนนักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ค ต้นปีนี้ได้ไปเวียดนามทั้งโฮจิมินห์ ดานัง ฮอยอัน และฮานอย กลับมาไม่ทันไรก็ไปเยี่ยมเพื่อนชาวมาเลย์ที่เคยเล่นรักบี้ด้วยกันตอนเด็กที่ กัวลาลัมเปอร์ แล้วก็ต่อด้วยเมืองมรดกโลกที่สุโขทัย สองเดือนต่อจากนั้น ก็ปีกกล้าขาแข็งแบกเป้ไปเดินป่าซาราวัคบนเกาะบอร์เนียวคนเดียว และนี่ก็เพิ่งกลับจากการพาคุณยายสุดที่รักไปเที่ยวเซี่ยวไฮ้ และสิงคโปร์ จนเลยเถิดไปถึงเมืองมะละกาในตอนใต้ของมาเลเซีย
... ไม่เคยคิดว่าจะได้พูดคุยหยอกล้อเล่นหัวกับเพื่อนรักที่เคยเรียน เล่น กิน นอนมาด้วยกันมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบอีกครั้ง หลังจากที่เราต่างต้องแยกจากไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสาขาที่แต่ละคนถนัดและส นใจเมื่อ 6 ปีก่อน
... ไม่เคยคิดว่าจะได้เดินลุยแม่น้ำกับนักพฤกษศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญต้นไม้น้ำชื่อด ัง ที่กรมป่าไม้ต้องเชิญให้มาช่วยศึกษาต้นไม้น้ำในเมืองไทย
...ไม่เคยคิดว่าจะได้เดินทางคนเดียว และเดินป่าทั้งวันในป่าฝนเขตร้อนที่ฝันใฝ่จะไปเยือนโดยไม่มีหยุดพัก
...ไม่เคยคิดว่าจะได้พาคุณยายที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่ยังแบเบาะไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ได้หัวเราะหยอกเย้ากันด้วยความสนุกสนานเบิกบาน
... ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปลุยป่าพรุจับปลากัดในมาเลเซียกับเพื่อนคอเดียวกัน และได้รู้ว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเขาก็ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไร ป่าพรุหลายหมื่นไร่กำลังถูกไถกลบแปรเปลี่ยนเป็นสวนปาล์มน้ำมัน
…และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่เคยคิดว่า...จะได้ทำ จะได้รู้
ก ารเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างบ้านต่างเมืองไม่เคยเป็นสิ่งที่น่าเบื่อน่าเวี ยนหัวเลย ผมกลับได้ยิ้มแย้มและรู้สึกเบิกบาน มีกำลังกายและใจที่จะบากบั่นทำงานต่อไปด้วยความสุข แม้ว่าบางครั้งจะต้องกระเม็ดกระแหม่กับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันบ้างก็ตาม แต่ก็ไม่เคยนึกเสียดายเงินที่ต้องจ่ายไปกับการเดินทางสักครั้งเดียว
ผ ู้ใหญ่หลายคนสอนให้ผมรักที่จะเดินทาง ท่านมักกล่าวว่าการเดินทางเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รู้จักโลก ผู้คน และตัวเองอย่างถ่องแท้ ไม่มีใครบนโลกจะต้องเดินทางคนเดียว อ ย่างน้อยจะต้องได้พบปะกับคนอื่นๆ แม้ว่าจะเพียงแค่เดินผ่านพ้นไม่โดยไม่ทันแม้แต่จะเหลียวสายตามองก็ตาม นอกจากนี้ ทุกหนทุกแห่งที่ก้าวย่ำไป ก็จะได้รู้จักตัวตนที่แท้ผ่านถ้อยคำสนทนาทางความคิดอันสลับซับซ้อนของตัวเอง
ไม่เชื่อ ลองเดินกลับบ้านคนเดียวดูสิ
ส มัยเรียนมหาวิทยาลัย นักเรียนรัฐศาสตร์อย่างผมมักจะเอ่ยอ้างว่าโลกในปัจจุบันที่เราเหยียบย่างอยู ่นี้มีขนาด "เล็ก" ลงมาก อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ทำให้ "กาละ" และ "เทศะ" ที่เคยอยู่ห่างไกลนั้น หดสั้นเข้าใกล้กันมากขึ้น ดังที่พูดถึงกันว่า “โลกาภิวัฒน์"
แต่บัดนี้ สิ่งที่ผมเคยคิดเคยเชื่อล้วนกลับตาลปัตร
ท ำไมโลกช่างกว้างใหญ่เสียจริง โลกกลมๆ ใบนี้มีเรื่องราวมากมายให้ผมได้เรียนรู้ได้สัมผัส ผู้คนต่างเชื้อชาติต่างวัฒนธรรมกลับเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์น่าประทับใจ ทุกรายละเอียดทุกวินาทีที่ได้ใช้ชีวิตผ่านล้วนมีแต่ความแปลกใหม่ เมื่อหันย้อนกลับมามองตัวเอง ก็รู้ว่า แท้จริงแล้วเป็นเพียงคนตัวลีบเล็กคนหนึ่งในโลกที่มากล้นไปด้วยความหลากหลาย ไม่ได้พิเศษพิโสไปกว่าใครอื่นเลย
สิ่งที่มีอิทธิพลทำให้ความคิดความเชื่อของผมหันเห ไม่ใช่อะไรเสียจากสิ่งที่เรียกว่า "การเดินทาง"
ผมได้เห็นโลก เห็นชีวิต เห็นผู้คน เห็นตัวเองเปลี่ยนไป
ผมได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ได้เรียนในสิ่งที่ไม่เคยเรียน รวมทั้งได้รู้มากและแตกต่างจากสิ่งที่เคยรู้และเคยเรียน
การเดินทางแต่ละครั้งของผม จึงเป็นการเดินทางที่ไม่ธรรมดาเสมอ

1 Comments:
อ่านเพลินและได้ข้อคิด อิจฉาด้วยค่ะ
Post a Comment
<< Home