Thursday, May 12, 2011

ลองทำข้อสอบ 1

(ข้อสอบปี 2552) ท่านเห็นว่านัการทูตชำนาญการ (เลขานุการเอก) ควรมี job description และบทบาทอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน กรุณาแสดงเหตุผลทั้งในแง่การปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ และการปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงฯ

(ตอบ)
นักการทูตชำนาญการในสมัยนี้ จะต้องแตกต่างจากนักการทูตในระดับเดียวกันในอดีต เนื่องจาก (1) สภาวะแวดล้อมทางการเมืองภายใน และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปกว่าแต่ก่อนมาก ปัญหาระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น ประเด็นที่เกิดขึ้นไม่จำกัดแต่เพียงความมั่นคงในแบบเดิม เช่น การขัดแย้งทางอุดมการณ์ ความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ อีกต่อไป แต่ยังมีความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่น ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งตัวแสดงระหว่างประเทศไม่ได้จำกัดแต่เพียงรัฐดังแต่ก่อนแล้ว กอปรกับ (2) ปัจจัยภายใน ที่งานด้านการต่างประเทศและบุคคลากรที่มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศไม่ได้จำกัดอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศอยู่ที่เดียวอีกต่อไป หน่วยงานอื่น ๆ ก็มี “กองการต่างประเทศ” และ “วิเทศสัมพันธ์” ที่ทำหน้าที่พร้อมๆ กัน รวมทั้ง (3) เมื่อไทยมีระดับการพัฒนาสูงขึ้น การดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการยอมรับจากประชาคมโลกก็เป็นสิ่งที่
จำเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

รูปแบบ job description และบทบาทของนักการทูตชำนาญการจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนตามปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ทำให้นักการทูตชำนาญการจึงควรมี job description และบทบาทในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมุ่งผมสัมฤทธิ์ของงาน ยึดมั่นในวินัยจรรยาและความถูกต้อง การเป็นผู้แสวงหาความรู้และเรียนรู้ตลอดเวลา และมีความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี โดยมีรายละเอียดของการปฏิบัติงานดังนี้

1. นักการทูตชำนาญการจะต้องทำงานในลักษณะที่เป็นผู้ขับเคลื่อนทิศทางและยุทธศาสตร์ โดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ (result-based) และมุ่งให้กระทรวงฯ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานราชการ รวมถึงภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยข้ามผ่านการทำงานขั้นต้นในแบบเดิม เช่น การยกร่างหนังสือตามแนวปฏิบัติที่ผ่านมาโดยไม่คิดเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม (ทำตามๆ กันมา) การยกร่างสุนทรพจน์ที่ไม่ได้สะท้อนคุณค่าเพิ่มหรือคุณค่าที่ไทยต้องการผลักดันในเวทีโลก (ไม่มี value added) หรือการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการส่งหนังสือ (ทำหน้าที่เพียงเป็น “messenger” หรือ “postman”) การทำโครงการแบบเดิม ๆ เป็นต้น

2. นักการทูตชำนาญการจะต้องผสานความรู้เกี่ยวงานบริหาร/ธุรการเข้ากับการทำงานในหน้าที่ของตน โดยจะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านกฎระเบียบของราชการ รวมทั้งงานด้านพัสดุ คลัง การบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถ materialize นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ให้ออกมาเป็นรูปธรรม และเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บนพื้นฐานความคิดที่ว่า “นโยบายต่างประเทศสามารถวางแผนได้” และการวางแผนนโยบายต่างประเทศนี้เอง ที่จะต้องใช้หลักและความรู้ด้านงานบริหารมาใช้ (เช่นการเขียนข้อเสนอโครงการให้ได้รับการอนุมัติ เป็นต้น)

3. นักการทูตชำนาญการจะต้องสามารถทำงานเป็นทีม โดยสามารถประสานความร่วมมือได้จากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการอื่น และผู้แทนภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม รวมทั้งเพื่อนนักการทูตจากประเทศอื่นๆ ได้อย่างดี โดยคำนึงว่า การทำงานเพื่อผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ นั้น จะไม่สามารถทำคนเดียวได้ และการเป็นคนเก่งคนเดียวไม่สามารถทำให้งานสำเร็จโดยได้รับการร่วมมือจากทุกฝ่ายได้

4. นักการทูตชำนาญการจะต้องสามารถบูรณาการ/เชื่อมโยงแนวคิดและการปฏิบัติในด้าน public diplomacy เข้ากับงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ให้ได้ ไม่ว่างานนั้นจะเกี่ยวข้องโดยตรง (เช่น งานกงสุล) หรือโดยอ้อม (เช่น งานการทูตทวิภาคี พหุภาคี งานกฎหมายระหว่างประเทศ) ก็ตาม เนื่องจากในปัจจุบัน ความคิด ความรู้สึกของสาธารณชนนั้นมีผลต่อการดำเนินงานในงานด้านการต่างประเทศมาก และที่สำคัญที่สุดในฐานะหน่วยงานด้านการต่างประเทศ นักการทูตชำนาญการจะต้องสามารถผลักดันให้ความคิด/การตัดสินใจ/ข้อเสนอแนะชี้นำความเห็นของสาธารณชน/นักการเมืองให้ได้

5. นักการทูตชำนาญการจะต้องเข้าใจความเป็นไทย คุณค่าไทย ซึ่งรวมถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความท้าทาย ของประเทศ รวมทั้งจะต้องเป็นผู้แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะประเด็นระหว่างประเทศมีความเป็นเทคนิควิชาการมากขึ้น (เช่น เรื่องเขตแดนก็มีประเด็นทางเทคนิคด้านภูมิศาสตร์ เรื่อง climate change ก็มีประเด็นทางเทคนิคด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้) หากไม่มีความรู้เหล่านี้ ก็จะไม่สามารถทำงานด้านการต่างประเทศเพื่อสะท้อนผลประโยชน์ของไทยได้อย่างแท้จริง

6. ท้ายสุด นักการทูตชำนาญการ ในฐานะที่มีความรู้ประสบการณ์มาระดับหนึ่งแล้ว จะต้องสามารถเป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างที่ดีโดยเฉพาะในด้านจริยธรรม (จะต้องมี integrity คือ ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง) เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในสายอาชีพนักการทูต รวมทั้งเป็นผู้ให้คำแนะนำในการทำงานให้กับข้าราชการรุ่นน้องได้ ในขณะเดียวกันก็จะต้องสามารถเป็นลูกน้องที่ reliable และ trustworthy ให้กับผู้บังคับบัญชาได้เช่นกัน

นักการทูตชำนาญการที่มี job description และบทบาทข้างต้น จะสามารถขับเคลื่อนและยกระดับการดำเนินการด้านการต่างประเทศของไทยสู่ระดับสากล กระทรวงฯ จะมีนักการทูตที่ competitive และมีนิสัย อัธยาศัย น่ารักอย่างไร เป็นคุณค่าไทยในทางการทูต ซึ่งในที่สุดแล้ว ก็จะทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาผลประโยชน์ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญกับกับประชาคมโลกในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในทุกมิติได้อย่างแท้จริง

---37 นาที----- 11 พ.ค. 2554 เที่ยงคืน

Tuesday, June 29, 2010

คิดถึง

คิดถึงช่วงเวลาปี 2548-2549 ที่ได้เริ่มเขียนบล็อก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยกับความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของตัวเองที่อยู่ภายใน สิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องไม่ได้ถูกแปลงออกมาเป็นตัวหนังสือผ่านวิธีการนี้

ขณะนั้นอายุ 25 ปี ในวัยเบญเพส พลังล้นเหลือและล้นหลาม มีความคิดอยากทำโน่น อย่างเปลี่ยนแปลงนี่

5 ปี ผ่านไป...

ในวันนี้ อายุเพิ่ง 30 หมาด ๆ พลังในตอนนั้น แม้จะยังมีอยู่ แต่อาจเปลี่ยนรูป ทำอะไร ระมัดระวังและ "คิดมากขึ้น" ในขณะเดียวกัน ชีวิตก็เต็มไปด้วยมิติที่หลากหลายที่ต่างเป็นภาระของกันและกัน

ทำให้ย้อนคิดถึงวันเก่า และคิดถึง "พื้นที่ตรงนี้" ที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พลัง และกำลังใจให้ตัวเอง ในปีนี้ ตั้งใจจะมาใช้พื้นที่ตรงนี้คิดและพูดคุยกับตัวเองมากขึ้น

คำถามที่เคยมียังไม่มีคำตอบ แต่คิดว่า อาจจะกำลังเดินทางมาในทางที่ใกล้เคียงแล้วกับการไปหาคำตอบนั้น

"What am I doing here?" เรามาทำอะไรบนโลกใบนี้...

...หรือเราควรจะทำอะไรให้โลกนี้บ้าง



Tuesday, February 13, 2007

ฤดู เข้ามาอ่านดูนะครับ แล้วเขียนประมาณนี้

สวนสัตว์-สวนพฤกษศาสตร์

สวนสัตว์บร็องซ์
Bronx Zoo
(เปิด จ. - อา. พ. เข้าฟรี)
หนึ่งในสวนสัตว์ใหญ่ของประเทศอเมริกา มีสัตว์ให้ดูชมมากมาย พร้อมเครื่องเล่นแมลงหมุนใหม่ล่าสุดเอาใจเด็กๆ การจัดแสดงสัตว์ที่นี่เป็นหนึ่งไม่เป็นรองใคร มีเรือนนกจากทั่วโลกที่น่าสนใจและจัดให้ดูอย่างแยบยล บางกรงในอาคารไม่มีกระจกปิด เปิดให้ผู้เข้าชมได้เห็นบรรดานกอย่างชัดเจน ส่วนของเสือโคร่งที่เพิ่งเปิดใหม่ก็น่าตื่นเต้นไม้แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเรือนสัตว์จำพวกหนู ลิงจากทวีปอเมริกาใต้ และสัตว์เลื้อยคลาน เรือนใหม่ล่าสุดที่จะรวบรวมสัตว์จากเกาะมาดากัสการ์กำลังจะเปิดให้บริการ น่าอดใจรอชม นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อน เรือนผีเสื้อเปิดให้ผู้เข้าชมเดินปะปนไปกับเหล่าแมลงน้อยสีสันสวยสดที่บินว่อน ส่วนในฤดูหนาวช่วงวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ ทางสวนสัตว์ประดับประดาทั่วบริเวณด้วยไฟสว่างไสวเป็นรูปสัตว์ต่างๆ และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ฟ้ามืดถึงหัวค่ำเพียงครึ่งวันก็สามารถเดินทั่วได้ แต่หากจะดื่มด่ำกับการชมสัตว์ทั้งหลายให้ครบถ้วน ก็ควรจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยหอบ

นอกจากจะจัดแสดงสัตว์จากทั่วมุมโลกแล้ว สวนสัตว์บร็องซ์ยังเป็นองค์กรที่มีโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย อลัน ราบินโซวิช (Alan Rabinsowitz) หนึ่งในนักวิจัยที่ขึ้นอยู่กับสวนสัตว์เคยมาศึกษาเรื่องเสือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง งานวิจัยของเขามีส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในการขีดแนวอนุรักษ์ป้องกันการบุกรุกจากคน เพื่อให้สัตว์ป่ามีที่อยู่อาศัยและไม่ถูกรบกวน หากสนใจ ควรอ่านหนังสือเรื่อง "bla bla blah" ซึ่งเป็นบันทึกประสบการณของอลันในระหว่างที่ทำงานวิจัยเรื่องเสือในเมืองไทยที่ป่าห้วยขาแข้ง หาซื้อได้ที่ร้านขายของที่ระลึกของสวนสัตว์


สวนสัตว์เซ็นทรัล ปาร์ก
Central Park Zoo
สวนสัตว์ขนาดเล็กกระทัดรัดกลางใจเมือง เพียงชั่วข้ามถนนจาก Fifth Avenue แม้ที่นี่มีสัตว์ไม่มาก แต่การจัดแสดงน่าสนใจ และมีสนนราคาค่าบัตรพอดิบพอดี เรือนป่าดิบชื้นจำลองสภาพป่าเขตร้อน มีนกเชื่องคนบินไปมาทั่วเรือน เป็นที่หลบหนาวชั้นเยี่ยม ภายนอกมีลิงหิมะจากประเทศญี่ปุ่น หากไปถูกจังหวะก็จะเห็นลิงหน้าแดงเหล่านี้มาอาบน้ำร้อนที่ทางสวนสัตว์จัดไว้ให้สบายแฮ หมีแพนด้าแดงอยู่กันหนึ่งคู่ น่ารักน่าเอ็นดู หมีขั้วโลกตัวใหญ่ สามารถดูได้จากด้านบน และแอบดูมันว่ายน้ำผ่านกระจกได้ที่ชั้นล่าง ที่น้ำพุกลางสวนสัตว์ มีบ่อแมวน้ำกั้นด้วยกระจกหนารอบด้าน นอกจากนี้ยังมีส่วนสวนสัตว์เด็ก (Children Zoo) ที่เลี้ยงสัตว์ภายในครัวเรือนอย่างแพะ เป็ด และไก่ สามารถจับเล่นได้ อีกมีอุปกรณ์เด็กเล่นในธีมสัตว์ๆ แบบไม่ต้องกลัวเบื่อ

สถานแสดงพันธุ์ปลานิวยอร์ก
New York Aquarium

สวนพฤกษศาสตร์บรู๊กลิน
Brooklyn Botanical Garden
เพียงชั่วอึดใจจากเกาะแมนฮัตตันอันวุ่นวาย ก็มีต้นไม้นานาพันธุ์ให้ได้เพลิดเพลินพักกายและใจอันเร่งรีบ บริเวณโดยรอบสวยชื่นใจ และบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้ใหญ่ที่หาได้ยาก ที่นี่มีสวนญี่ปุ่นจัดตามสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ทุกต้นฤดูใบไม้ผลิราวเดือนเมษายนจะมีเทศการดอกซากูระบาน สวนดอกกุหลาบมีไว้เอาใจคนชอบดอกไม้ ส่วนเรือนกระจกจัดแสดงต้นไม้ในเขตร้อนแบ่งเป็นส่วนๆ ให้ดูชมตลอดทั้งปี ห้องแรกมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวการวิวัฒนาการของต้นไม้ตั้งแต่กำเนิดโลกโดยนำต้นไม้จริงมาเป็นตัวอย่างให้ดู ห้องข้างๆ จัดแสดงต้นไม้แคระบอนไซของญี่ปุ่น อีกฝั่งหนึ่งมีเรือนต้นไม้น้ำ และต้นไม้กินแมลงน่าตื่นใจ ลงไปชั้นล่างเป็นห้องโถงใหญ่จัดแสดงงานศิลปะผลัดเปลี่ยนไปมา และจากที่นี่สามารถเข้าไปยังเรือนต้นไม้จากทะเลทราย เรือนต้นไม้ในเขตร้อน และหนาวได้ตามลำดับ ร้านขายของที่ระลึกมีต้นไม้กระถางเล็กๆ และอุปกรณ์ทำสวนให้เลือกซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือ

วันอังคารเข้าฟรี

สวนพฤกษศาสตร์นิวยอร์ก
New York Botanical Garden
สถานที่รวบรวมต้นไม้ท้องถิ่นของเมืองนิวยอร์กที่ดูเหมือนจะหาได้ยากเต็มทีในตัวเมืองเพราะพื้นที่แปรเปลี่ยนเป็นตึกรามบ้านช่องไปหมด บริเวณกว้างขวางใหญ่โต แต่มีรถรับส่งบริการทั่วพื้นที่เอาใจคนไม่ชอบเดิน สถาปัตยกรรมเก่าแก่ของอาคารสองสามหลังในสวนฯ แห่งนี้ให้บรรยากาศขึงขัง ริมถนนหน้าหอสมุดที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือทางพฤกษศาตร์หลายหมื่นรายการ มีต้นมาฮอกกานี (หรือโอ้ค) ใหญ่อายุร้อยกว่าปีเรียงเป็นแถวเป็นแนว มีฟาร์มให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการปลูกพืชผักสวนครัว และมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำแก้เบื่อนอกจากนี้ยังมีฟาร์มให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการปลูกพืชผักสวนครัว และมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำแก้เบื่อเรือนกระจกสร้างตามแบบวิคตอเรียน ภายในมีต้นไม้เขตร้อน พร้อมป้ายอธิบายโครงการอนุรักษ์น่าสนใจที่สวนฯ กำลังทำอยู่ อีกยังมีงานดอกไม้บานให้ผู้เข้าชมได้สดชื่นแทบตลอดทั้งปี ในเรือนกระยังมีการจัดแสดงก้อนหินที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ขุดได้ในพื้นที่ให้ดูด้วย ที่ร้านขายของที่ระลึก มีหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติให้เลือกซื้อมากมาย

การเดินทางในนครนิวยอร์ก
เกาะแมนฮัตตันนั้นไม่ใหญ่โต มีรูปร่างคล้ายแหลมยาวยื่นมาจากแผ่นดินใหญ่ ขนาดกว้าง 2 ไมล์ ( กม.) ยาว 7 ไมล์ ( กม.) ตั้งในแนวเหนือใต้เกือบพอดิบพอดี ด้านทิศเหนือติดกับบร็องซ์ ทิศตะวันออกติดกับควีนส์ และทิศใต้ติดกับบรุคลิน ด้านตะวันตกติดแม่น้ำฮัดสัน ข้ามฝั่งไปคือรัฐนิวเจอร์ซี การเดินทางบนเกาะแมนฮัตตันและส่วนต่างๆ ของนิวยอร์กจึงง่ายและสะดวกสบาย ระบบสื่อสารมวลชนของนครนิวยอร์กนั้นมีประสิทธิภาพมาก ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเลย นิวยอร์กเกอร์ส่วนใหญ่เดินทางด้วยซับเวย์ และเดิน นอกจากนี้ยังมีแท็กซี่สีเหลืองไว้ให้บริการในยามที่เร่งรีบหรือต้องการความเป็นส่วนตัว

ถนนหนทางบนเกาะแมนฮัตตันนั้นเป็นตาราง และมีชื่อเป็นตัวเลขเรียงต่อกันทำให้เดินสะดวก ถนนที่มีชื่อต่อหลังว่า Street จะถูกตัดในแนวตะวันออกไปตะวันตก เริ่มถนน 1st Street ที่ทางใต้ (Downtown) ของเกาะ และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อขึ้นไปทางเหนือ (Uptown) นอกจากนี้ชื่อถนนยังบอกว่าอยู่ฝั่งตะวันออก (East) หรือฝั่งตะวันตก (West) ของเมืองอีกด้วย ส่วนถนนที่ตัดขนานกันในแนวเหนือไปใต้ จะมีชื่อต่อหลังว่า Avenue โดยจะเริ่ม 1st Avenue ทางตะวันออกสุด โดยมากการบอกที่อยู่ของสถานที่ต่างๆ จะบอกชื่อถนนที่ตั้งอยู่ และถนนที่ตัดกัน (cross street) ทำให้หาสถานที่นั้นๆ ได้สะดวก

ส่วนการเดินทางในบร็องซ์ ควีนส์ และบรุคลิน มีซับเวย์ รถเมล์ และรถแท็กซี่ให้บริการเช่นเดียวกับเกาะแมนฮัตตัน

เดิน
หลายคนบอกว่าชาวนิวยอร์กส่วนใหญ่รูปร่างดี เพราะเดินมาก โดยเฉพาะระยะทางใกล้ๆ หรือเดินต่อจากสถานีซับเวย์ไปยังจุดหมายปลายทาง การนับหรือบอกระยะทางเดินจะนับเป็นช่วงถนน หรือที่พูดกันว่าบล็อก (Block) หนึ่งบล็อกนั้นมีความยาวประมาณ 50-60 เมตร ควรระมัดระวังเวลาเดินตอนกลางคืน ไม่ควรเดินคนเดียวในสถานที่ปลอดผู้คน

ซับเวย์
การเดินทางในนิวยอร์กโดยซับเวย์นั้นสะดวก ปลอดภัย และประหยัดที่สุด ซับเวย์เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีเครือข่ายโยงใยจุดต่างๆ บนเกาะแมนฮัตตัน รวมถึงบร็องซ์ ควีนส์ และบรุคลินทั่วทั้งหมด มีสถานีแทบจะทุกหัวมุมถนน สามารถใช้เดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในนิวยอร์กได้ทุกแห่ง การขึ้นซับเวย์นั้นไม่ยาก แต่อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก หากขึ้นรถผิดขบวนก็ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นเรื่องปกติ หลายคนบอกว่าเมื่อหลงทางในซับเวย์แล้วหนึ่งครั้ง ต่อไปจะขึ้นซับเวย์คล่องในทันที

ซับเวย์ในนิวยอร์กมีหลายสาย แบ่งตามสี แต่ละสีมีตัวอักษร และตัวเลข ซับเวย์เกือบทุกสายวิ่งในทิศเหนือใต้ รถไฟที่วิ่งขึ้นไปทางเหนือจะจอดที่ราง Uptown ส่วนรถที่วิ่งลงไปทางใต้จะจอดที่ราง Downtown เมื่อรถไฟจอด มองผ่านหน้าต่างออกไปที่ชานชลาจะมีป้ายเขียนชื่อสถานีบอกไว้ชัดเจน รถไฟสีเดียวกันบางครั้งก็ อาจจะจอดคนละสถานี บ้างเป็นขบวนด่วน (Express) ซึ่งจะหยุดบางสถานีและจอดในรางที่มีป้ายเขียนว่า Express (โดยมากมักเป็นชานชลาตรงกลาง) ขบวนที่หยุดทุกสถานีเรียกว่า Local (ชานชลาด้านนอก) หากต้องเปลี่ยนรถไฟ ให้เดินตามป้ายที่แขวนไว้ทั่วด้านบน

ทางขึ้นลงสถานีมักอยู่ตามุมถนน และมีหัวไฟกลมเป็นสัญลักษณ์เมื่อมองแต่ไกล หากเป็นสถานีใหญ่สามารถลงที่ด้านใดก็ได้ แต่หากเป็นสถานีเล็กต้องลงให้ถูกฝั่งว่าจะขึ้นไป Uptown หรือ Downtown เวลาจะออกจากสถานีให้ดูป้ายสีแดงเขียนว่า Exit ซึ่งมีหลายทาง และมักมีชื่อหัวมุมถนน และทิศทางของทางขึ้นนั้นบอกไว้ด้วย

ค่าเดินทางโดยซับเวย์ทั่วไปเที่ยวละ $2 เวลาเข้าให้รูดบัตรเมโทรการ์ดที่ทางเข้าซึ่งเป็นเหล็กกั้น บางสถานีเป็นประตูหมุน เวลาออกให้เดินผ่านไปได้เลย โดยไม่ต้องรูดบัตรอีกครั้งหนึ่ง

ข้อควรระวัง เมื่อเห็นหรือได้ยินเสียงรถไฟจะเข้าจอดก็ไม่ต้องรีบร้อน ขอให้รอขบวนต่อไปเพราะซับเวย์นั้นมีบ่อยทุก 5-20 นาทีควรรีบออกและเข้าโดยรวดเร็ว เพราะประตูซับเวย์นั้นปิดเปิดเร็วมาก เมื่ออยู่บนซับเวย์ ควรหาที่นั่ง หรือจับราวให้แน่น เพราะเวลารถไฟวิ่งจะโคลงเคลง และมักหยุดกระทันหัน เวลาลงสถานีควรใช้ความระมัดระวังเพราะหกล้มง่าย หากมีข้าวของพะรุงพะรังหรือมีรถเข็น ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ช่องจำหน่ายตั๋วขอให้เปิดประตูพิเศษให้เพื่อให้เดินผ่านสะดวกขึ้น

แผนที่ซับเวย์ที่ขอได้ฟรีที่ช่องขายตั๋ว และมีแจกจ่ายตามสนามบิน หรือแหล่งท่องเที่ยว บนแผนที่เขียนชื่อสถานีบอกไว้ และด้านล่างมีสายซับเวย์ที่หยุดจอดในสถานีนั้นๆ

รถเมล์
โดยมากใช้เป็นการเดินทางไปมาระหว่างส่วนต่างๆ ของนครนิวยอร์ก และเดินทางในบร็องซ์ ควีนส์ บรุคลินที่ไม่มีซับเวย์เข้าถึง นอกจากนี้ รถเมล์ยังมีประโยชน์ในการนั่งข้ามฝั่งเมืองบนเกาะแมนฮัตตันไปมาระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตก (ข้างรถมีจะมีเขียนว่า Crosstown พร้อมกับชื่อสาย) รถเมล์จะจอดที่ป้ายเท่านั้น และเปิดให้ขึ้นเฉพาะที่ประตูด้านหน้า เวลาลงให้ใช้มือผลักประตูด้านหลังเบาๆ ที่สวิตช์ซึ่งเป็นแถบสีเหลืองยาว ค่าโดยสาร $1.50 จ่ายด้วยเหรียญใส่ไปในช่องหยอดเงินข้างคนขับ หรือใช้เมโทรการ์ด หากขึ้นหรือต่อมาจากซับเวย์ในทันทีนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนรถ ไม่เสียค่าโดยสารเพิ่ม แผนที่สายรถเมล์ขอฟรีได้ที่ช่องขายตั๋วซับเวย์ บนรถเมล์ และมีแจกจ่ายตามสนามบิน หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

box เมโทรการ์ด
เมโทรการ์ดเป็นบัตรโดยสารสำหรับซับเวย์และรถเมล์ สามารถซื้อตามราคา $10 หรือ $20 เวลาใช้จะหักตามค่าโดยสารไปจนหมด นอกจากนี้ยังมีตั๋วเหมาจ่ายเป็นรายวัน ( ) รายสัปดาห์ ( ) และรายเดือน ( ) ซึ่งสามารถใช้เดินทางโดยไม่จำกัดจำนวนเที่ยว เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติตั้งอยู่ทุกสถานีซับเวย์ รับเงินสด บัตรเครดิต/เดบิต ข้อแนะนำเมื่อซื้อตั๋วรายเดือนให้จ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิต เพราะเมื่อทำตั๋วหายหรือถูกขโมย สามารถขอคืนเงินได้ตามเวลาที่เหลืออยู่ โดยแจ้งทันทีที่ MTA 212- (นอกเวลาทำการให้ฝากข้อความเสียงไว้ พร้อมเบอร์โทรกลับ)

แท็กซี่
นิวยอร์กมีแท็กซี่สี่เหลืองวิ่งเต็มถนน ในบางครั้งเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถเรียกใช้ได้ทุกที่ เวลาเรียกควรยื่นแขนขึ้นสูงให้เห็นเด่นชัดจากริมถนน โดยไม่ต้องเคอะเขิน เมื่อขึ้นนั่ง บอกสถานที่ที่ต้องการจะไปกับคนขับ อาจบอกเป็นชื่อถนน และถนนตัด หรือบ้านเลขที่ของสถานที่นั้น ราคาค่าแท็กซี่บนมิเตอร์ไม่รวมทิป ซึ่งควรให้ประมาณ 10-15 เปอเซ็นต์ของค่าโดยสาร สามารถจ่ายได้ด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิต/เดบิต แต่ไม่สะดวกนักโดยวิธีการหลัง อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมการใช้ถนน/สะพาน ซึ่งจะต้องจ่ายหากเดินทางออกจากเกาะแมนฮัตตัน

อัตราค่าบริการ
(เอามาจากข้างรถแท็กซี่)

รถไฟลองไอแลนด์
Long Island Railroad


การเดินทางไปยังเมืองอื่น
เครื่องบิน

Monday, January 22, 2007

รวมมิตรเรื่องให้เพื่อนอ่านก่อนใคร

ปลาเข้าไปในจู๋ เจ้าอยู่นี่เอง

ระหว่างดำน้ำสามวันในป่าอเมซอน เชื่อไหม ผมฉี่ในน้ำเพียงครั้งเดียว

และเป็นการฉี่ที่ทำให้ประสาทหลอนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ฉี่ในน้ำอีกเลย

มิใช่กลัวผีสาง เจ้าถิ่นเจ้าที่ หรือเคารพและเกรงใจเทพยาดาและสานุศิษย์ทั้งหลายทั้งปวงหรอก

เจ้าปลานี่คือตัวการ

โชคดีไม่เจอในน้ำแต่มาจ้ะเอ๋กันใน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลาตัวจิ๋วนี้เป็นปลาพิงอาศัย เหมือนเหาฉลามในทะเลอย่างใดอย่างนั้น มันจะเกาะติดอยู่ที่เหงือกปลาใหญ่ คอยดูดเลือดปลาใหญ่เจ้ากรรมตัวนั้นเป็นอาหาร

เมื่อหลายสิบปีก่อน นักท่องเที่ยวแอบฉี่ในแม่น้ำในป่าอะแมซอน เจ้าปลานี้ได้กลิ่นฉุนนึกว่าเป็นกลิ่นของปลา รีบว่ายทวนไอละอองฉี่ที่ฟุ้งผสมอยู่ในน้ำ ว่ายแหวกทวนม่านฉี่เข้าไปหาจุดเริ่มต้น

ตามกลิ่นนั้นไป ทางไกลก็ใกล้เข้า ใกล้แล้ว ใกล้อีกนิดเดียว และก็ถืงที่ปลายจู๋ อันเป็นต้นน้ำของละอองฉี่นั้น ปลาน้อยจึงไปฝังตัวอยู่ ณ ที่นั่น

ที่ปลายจู๋ตรงนั้น มีปลาเข้าไปอยู่ ขนาดตัวเท่ากับขนาดของท่อพอดิบพอดี เมื่อท่อนั้นมีอะไรมาอุดไว้ ท่อนั้นก็ต้องตันเป็นธรรมดา เจ้าของท่อต้องไปหาหมอ เพราะฉี่ไม่ออก

และเป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง บอกเล่ากันสนุกปาก

นึกได้เมื่อสาย ทำไมผู้โชคร้านผู้นั้นถึงไม่ยอมใส่กางเกงใน เพราะเมื่อใส่กางเกงในแล้วก็เหมือนเป็นมุ้งลวดกันปลาทะลึ่งนั้นไม่ให้เข้ามาที่จู๋ของเราเวลาฉี่

รู้อย่างนี้ ไม่ต้องขึ้นมาบนบกให้เมื่อยขา และโดนกิ่งไม้ข่วนหรอก ฉี่ไปในน้ำหลายๆ ครั้งแล้ว

(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาอย่างแลบบิชแอบกระซิบบอกว่า การที่ปลาชนิดนี้จะเข้าไปในปลายจู๋นั้นเป็นไปได้ยากมาก กรณีที่เกิดขึ้นนั้นถึอเป็นเรื่องหนึ่งในล้านล้าน และคงจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นแน่)


ปลาพิรันย่าในจาน

เครื่องปรุง
ปลาพิรันย่า (ตามแต่จะจับได้)
หอมหัวใหญ่ 1 หัว
มะเขือเทศ 1 ลูก
เกลือ

วิธีทำ 1 (ฟรานซิสโกเป็นพ่อครัว)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำในหม้อ รอให้เดือด
3. ใส่ปลาพิรันย่าที่สะอาดแล้วลงในหม้อ
4. ใส่หอมหัวใหญ่ฝานเป็นรื้ว และมะเขือเทศตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ตาม
5. เหยาะเกลือแต่พอเหมาะ
6. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย หรือฟารินย่า (ธัญญาพืชผสม)

วิธีทำ 2 (สูตรนึกเอง)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟแรง
3. ใส่กระเทียมสับลงไฟพอให้ฉ่า
4. ทอดปลาให้กรอบนอกนุ่มใน
5. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย พร้อมน้ำปลาพริก


สาวมาเนาส์

"สาวมาเนาส์แต่งตัวเซ็กซี่ แต่หุ่นไม่เซ็กซี่" แลบบิชชวนคุยระหว่างนั่งรถด้วยกัน

"ยังไงๆ ผมก็ชอบสาวเอเชีย เพราะพวกเธอดูแลตัวเองดี และก็มียางอาย" แลบบิชอธิบายต่อ

"บางคนแก่แล้ว หน้าอกยาน ก้นเหี่ยว ยังมาใส่เกาะอกอยู่อีก แต่คนที่นี่เป็นอย่างนี้ เวลาแต่งตัวต้องอวดส่วนสัด ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม" ผมนั่งฟัง เห็นด้วย และพยักหน้าเห็นด้วย ปล่อยให้แลบบิชพูดไปเรื่อยคนเดียว

"สาวๆ ที่นี่แก่เร็ว บางคนอายุแค่เพิ่งสามสิบ แต่ดูเหมือนคนอายุ 50 แล้ว คนเอเชียแม้จะโตเป็นสาวช้า แต่ก็คงความเป็นสาวได้นาน"

โรงโอเปร่า

ร่องรอยของความรุ่งโรจน์ของเมืองมาเนาส์อยู่ที่โรงละครโอเปร่า "เตอาโตร อะแมซอนนาส" และบริเวณโดยรอบ

ปลายศตวรรษที่ 19 เมืองกลางป่าแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของการกรีดยางพารา เป็นช่วงเวลารุ่งเรืองก่อนที่จะเมล็ดพันธุ์ยางพาราจะถูกขโมยและนำมาปลูกในอาณานิคมแถวบ้านเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยางพาราที่เคยเป็นสินค้าเฉพาะแต่เพียงในอเมริกาใต้ก็กลายเป็นสินค้าที่หาได้ทั่วไป

ความรุ่งเรืองแต่ในอดีตก็นำมาซึ่งความรุ่งเรืองในใจของผู้มาชมเช่นกัน

ไกด์สาวเพิ่งจบมหาวิทยาลัยพูดภาษาอังกฤษธอสำเนียงโปรตุกีสทำใจผมไม่อยู่กะร่องกะรอย ความตั้งใจสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

จับความได้นิดหน่อยว่าโรงโอเปร่าแห่งนี้อายุร้อยกว่าปีแล้ว ในโรงละครมีสามชั้น ชั้นล่างมีที่นั่งเป็นไม้ 640 ที่ และชั้นสองชั้นสามเป็นที่นั่งแบบเป็นช่องๆ (box seats) ที่เสารอบโรงละคร มีรูปแกะสลักเป็นตราอาร์มของศิลปินยุโรป มีทั้งโมสาร์ต และบีโธเฟน หนึ่งในนักดนตรีไม่กี่คนที่รู้จัก เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นโดมโค้งตกแต่งเป็นรูปธงชาติบราซิล ว่ากันว่าใช้กระเบื้องถึง 36,000 ชื้น

นอกจากจะมีโรงโอเปร่าที่ปัจจุบันยังใช้การได้ดี มีการแสดงดนตรี ละคร และโอเปร่าอยู่ทุกสัปดาห์ ยังมีห้องรับรอง และพิพิธภัณฑ์ ในห้องรับรองมีภาพวาดฝาผนังแบบยุโรปสวยงาม พื้นเป็นไม้ขัดมันวับวาว เวลาจะเข้าไปชม เขามีรองเท้าใหญ่ยักษ์ ให้สวมทับรองเท้าของเราอีกที ความคิดเก๋ไก๋ชะมัดยาด แถมใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ด้วย

เวลานี้ ผมอยู่กับไกด์สาวสองต่อสอง หน้าเธอช่างหวาน เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ตัวไม่สูงมาก ผิวแทน มีน้ำมีเนื้อ และเธอพูดเจื้อยแจ้วเป็นน้ำไหลไฟดับ

โอ้...แม่เจ้าคุณ ผมแพ้ทางคุณแล้ว

Sunday, January 14, 2007

เที่ยวซ่อง

หัวใจเต้นตุบตุบเป็นจังหวะแสนประหลาด เร็วและถี่ขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลมปลิวลอดเข้ามาทางช่องว่างของถนนแคบที่ถูกขนาบด้วยตึกแถวสามชั้น ร่างกายภายนอกรู้สึกหวิว จะร้อนก็ไม่ใช่ จะหนาวก็ไม่เชิง สองมือล้วงลงในกางเกงยีนที่ใส่พร้อมจะออกเดินทางไปสนามบิน นิ้วเท้าเกร็งชาหดตัวอยู่ในสายรัดรองเท้าแตะหุ้มส้นหรือแซนเดิลที่ฝรั่งเรียก สายตาก้มมองลงต่ำ รู้สึกได้ถึงรอยยิ้มแบบแหยๆ ที่เผยออกมาทางมุมปาก อาจจะเป็นเพราะเขินอาย อีกจิตใจหนึ่งของความสนใจใคร่รู้สั่งให้สายตาที่หลบภาพตรงหน้าเงยมองขึ้นดูความเป็นไปรอบตัว เวลาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย แลบบิชพามาเที่ยวสถานบันเทิงของบุรุษ ที่เขาบอกว่าเป็นความบันเทิงราคาถูก ถูกกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนต์เสียอีก

ตึกแถวสองสามคูหามีชีวิตชีวาผิดกับตึกอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ และตรงข้าม เสียงจังหวะเพลงเต้นเน้นจังหวะกลองดังซ่านมาจากความมืดหลังประตู เงินสกุลท้องถิ่นแลกเปลี่ยนแล้วราคาราวห้าดอลลาร์ถูกยื่นแลกกับตั๋วกระดาษใบเล็กๆ สำหรับมอบให้กับบริกรที่ยืนอยู่หน้าประตู เศษกระดาษใบนี้คือใบอนุญาตให้ผ่านเข้าไปค้นหาเสียงเพลงและความสนุกสนานในเงามืดที่เราตั้งใจมาในคืนสุดท้ายนี้ เราสามคน ผม แลบบิช และแคชดิช นักศึกษาคนโปรดของแลบบิชเดินฉุยเข้าไปโดยแอบซ่อนความประหม่าไว้ข้างใน สายตาที่ก้มมองพื้นเงยขึ้นอย่างถาวรแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นย่อมมีมากกว่าระดับของความเขินอาย การเดินทางมาในที่เป็นความฝัน ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ควรจะให้รายละเอียดใดๆ แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวได้หายไปจากความฝันที่เป็นจริงนั้นเลย

ก่อนยื่นเศษกระดาษตั๋วเข้าร้านให้กับคนดูแลประตู และก่อนที่เราสามคนจะคุยกันไม่รู้เรืองเพราะเสียงเพลงดังจะกลบถ้อยคำพูด แลบบิชยกมือขึ้นมาป้องและกระซิบเบาๆ ว่ากำหนดการนี้ออฟเรกคอร์ดนะ ผมเข้าใจดีกว่าเขาคงอยากให้เวลาในค่ำคืนนี้เป็นเวลาไปรเวทส่วนบุคคล ไม่ถูกบันทึกเป็นตัวอักษรใดๆ แต่เด็กไทยอย่างผมย่อมเห็นว่ากำหนดการพิศดารนอกเส้นทางนี้คือประสบการณ์ล้ำค่าที่นักท่องเที่ยวไหนๆ ก็คงไม่มีโอกาสจะได้สูดสัมผัส ที่หน้าประตู ผมได้กลิ่นไอความเป็นท้องถิ่นปลิวฟุ้งลอยออกมาปนกับกลิ่นกามบันเทิงจากข้างในในดีกรีที่พอๆ กัน

พื้นในร้านเป็นพื้นปูนคอนกรีตธรรมดาๆ มีน้ำนองเปียกแฉะเป็นหย่อมๆ คงเพราะเอ่อนองหลังจากทำความสะอาดล้างพื้นมาตั้งแต่กลางวัน หรือไม่ก็เพราะฝนที่ตกลงมาทุกๆ วันในมาเนาส์ที่ฝนตกเป็นเรื่องปกติ แม้ควันหมอกจากบุหรี่ที่นักเที่ยวหลายคนสูบอัดเข้าปอดจะล่องลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ แต่อากาศในร้านก็ยังบริสุทธิ์และเย็นสบาย คงเป็นเพราะการออกแบบร้านที่ให้อากาศถ่ายเทและระบายเข้าออกได้สะดวก อากาศธรรมชาติและไอเย็นจากผืนน้ำอะแมซอนอันกว้างใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนั้นดีมากพอที่จะปฏิเสธการปรุงแต่งใดๆ จากเครื่องปรับอากาศที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของที่เที่ยวไปเสียแล้ว

สองมือยังล้วงกระเป๋ากางเกงแน่น แถมบางทีอาจจะล้วงแน่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อซึมออกที่ฝ่ามือ ที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นและความประหม่า อีกทั้งสภาพอันดูธรรมดาๆ พื้นๆ ช่างลิบลับจากแหล่งเที่ยวกลางคืนของชาวนิวยอร์ก ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวแกมประหม่ามากขึ้นไปอีก ความรู้สึกรังเกียจ และความรู้สึกผิดที่ผิดทางมาเยี่ยมเยียนคนใจสับสนและโลเล เราควรมาที่ในที่แบบนี้หรือ

นักเที่ยวแต่งชุดสบายๆ ไม่แต่งตัวหรูหราหล่อเฟี้ยว เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะคือชุดมาตรฐานสำหรับมาเที่ยว ณ นครราตรีแห่งนี้ ความไม่มีพิธีรีตรองนี้ช่างน่ารักและจริงใจ บรรยากาศช่างจริงใจมากจนทำให้คิดว่าตัวเองที่โตมาในโลกของเมืองหลวงจะจริงใจโดยเฉพาะกับตัวเองอย่างพวกลุงๆ น้าๆ ชาวมาเนาส์ในที่นี้บ้างหรือไม่

แต่บุคคลที่เป็นนางเอกของสถานบันเทิงแห่งนี้เห็นจะไม่พ้นสาวงามชาวบราซิลทั้งหลายอยู่ทั่วไปในจุดๆ ต่างของร้าน สาวเหล่านี้ไม่ใช่นักเที่ยว แต่เป็นผู้ให้ความสุขกับนักเที่ยว หลายคนนั่งคุยอยู่ที่โต๊ะกับนักเที่ยวที่มีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข บ้างจับกลุ่มกันคอยส่งสายตาหวานและเย้า ยวนให้กับชายที่เดินผ่านไปมา บ้างก็เดินไปเดินมาเหมือนจะต้องทำธุระอะไรสักอย่าง ผมจำได้แม่นถึงสายตาอันวาบหวิวของสาวนางหนึ่งที่ส่งตรงมาให้ผมผ่านอากาศอันเต็มไปด้วยลมหายใจของความเร่าร้อน สายตาทั้งคู่ที่เจ้าของตั้งใจส่งให้ช่างหวานและเย้ายวนกระไร อีกรูปหน้าสวยแบบยุโรป ผิวพรรณสีแทนน้ำตาลไหม้ และหุ่นสูงยาวได้สัดส่วนทั้งทางแนวดิ่งและแนวขนานก็ยิ่งช่วยให้สายตาคู่นั้นดูน่าสนใจ

เพลงเริ่มดังขึ้นแล้ว ไฟสีหลายสิบดวงพุ่งตรงไปที่เวทีขนาดยาวที่ตั้งอยู่กลางร้าน ผมและคณะจับจองที่นั่งริงไซด์ได้พอเหมาะพอเจาะ เบียร์กระป๋องเย็นๆ ในมือพร้อมสรรพ ไฟทุกดวงส่องตรงไปบนเวที หญิงสาวสองคนพุ่งตรงออกจากฉากหลังเวที คนหนึ่งในชุดบิกินีตัวสั้นจิ๋ว อีกคนหนึ่งในชุดกระโปรงหนังสั้นชุดท่อนบนโอบรัดหน้าอกตื้ว เผยเนินเนื้อให้เชยชมกันอย่างไม่เขินอาย สะโพกของเธอทั้งสองโบกสะบัดให้กับคนดูด้านล่างที่สายตาทุกคู่พุ่งเขม็งหยุดนิ่งเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่บนเวที เพลงดำเนินต่อไป เธอคนหนึ่งวิ่งตรงไปที่เสาเหล็กมันวาวบนเวที ทำท่ายั่วยวนหยอกเย้ากับเสาเหล็กคู่นั้นเสมือนหนึ่งเธอกำลังมีความสุขที่ได้ขยับร่างกายและเนื้อตัวตัวหยอกเย้า เสียดายที่เสาเหล็กนั้นไม่มีชีวิตจิตใจ มิฉะนั้นแล้ว กริยาอาการที่หญิงทั้งสองมีให้ก็คงจะทำให้เสาเหล็กไม่มีอันจะได้ยืนอยู่นิ่งเป็นเสาเหล็กที่จงรักภักดี และไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้

เริ่มมาถึงกลางเพลงแล้ว บิกินีท่อนบนของนักเต้นคนหนึ่ง และชุดหนังท่อนล่างของนางระบำอีกคนถูกเจ้าของปลดออกและเขวี้ยงไปบนพื้นอย่างไม่ปราณี คนดูด้านล่างส่งเสียดหวีดแสดงถึงความพออกพอใจกับการกระทำของผู้แสดงบนเวที ถันเต้าของนางทั้งสองแม้จะไม่เต่งตึงกลมงาม แต่ก็ทำให้นักเที่ยวด้านล่างที่มีอายุโดยเฉลี่ย 35 ขวบปีขึ้นไปได้หายใจไม่ทั่วท้อง เวลาเพลงใกล้จบ จังหวะเพลงและกลองยังเร้าใจชวนให้คนฟังเคาะเท้าตามยังเล่นต่อไป หญิงบนเวทีปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่เธอมีออก และโยนให้กับฝูงชนที่ชูมือรอรับเหมือนในคอนเสิร์ตไม่มีผิดเพี้ยน เสียงปรบมือดังและเสียงตะโกนวิ้วยิ่งดังกว่า เธอทั้งสองบนรองเท้าส้นสูงที่ช่วยให้สะโพกเผยออกมาในลักษณะอันงดงามใช้เวลาที่เหลือแสดงความสามารถในการเต้นอย่างเต็มใจ ก้นสะบัด หน้าอกตาม มือขาโยกย้ายลูบเล้าร่างกายตัวเอง เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของผม แต่สำหรับนักเที่ยวคนอื่นๆ แล้ว ภาพข้างหน้าคงเป็นภาพที่ชวนไม่ให้คืนนี้จบลงง่ายๆ

เพลงหนึ่งจบ นักเต้นคู่ต่อไปออกมาสลับแทน ท่าเต้นของแต่ละคนเป็นไปทำนองเดียวกัน จะแตกต่างก็ในเฉพาะความสามารถเฉพาะตัวและบุคลิกส่วนบุคคล บางนางดูเร่าร้อนจนน่ากลัว แต่ทว่าบางนางก็โยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะที่ทำให้หลายคนจะต้องใจละลาย เพราะช่างอ่อนช้อย งดงาม และเหนือสิ่งอื่นใดเย้ายวนเป็นที่สุด สำหรับผม นักเต้นบางคนก็ทำให้เพลิดเพลินไปได้บ้าง แต่บางคนก็แสดงออกในสภาพกึ่งน่ากลัว จนน่าสงสาวเสาเหล็กผู้จงรักภักดีที่จะต้องทนกับภาพข้างหน้าอย่างใกล้ชิดที่สุด

แลบบิชแตะไหล่เบาๆ ให้มองหัวกลับไปที่โต๊ะด้านหลัง หญิงสาวรูปงาม ผอมโปร่ง หน้าอกนูนใหญ่ กำลังเต้นแข่งกับนางระบำบนเวที เธอยืนขึ้นบนโต๊ะสูง ชายหน้าตาหิวโหยยืนอยู่รอบโต๊ะแหงนหน้าชมลีลาของเธอในระยะยิ่งกว่าริมเวที แลบบิชเอามือป้องปากเล่าให้ฟังย่อๆ ว่า นักเที่ยวกลุ่มนั้นจ่ายเงินให้เธอเป็นพิเศษเพื่อให้เธอได้เต้นให้ดูบนโต๊ะ และสามารถจับก้นสะโพกอันเต่งตึงนั้นได้ แต่เนื้อนูนส่วนบนนั้นเป็นที่ต้องห้าม นักเต้นบนโต๊ะนั้นสวยกว่านักเต้นบนเวทีมาก สายตาสนใจใคร่รู้ของผมจึงไม่หันกลับไปที่เวทีอีกแล้ว นางเต้นผิวแทน ก้นกลม หน้าหวานค่อยๆ เปลื้องบิกินีตัวเล็กจิ๋วออกไม่ผิดกับที่เห็นซ้ำๆ กันบนเวที ผมยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งนักเต้นบนโต๊ะ และชายกลุ่มนั้นที่ควักเงินจ่ายพิเศษให้เธอเต้น ใจคิดว่าสมแล้วกับเป็นสถานบันเทิงที่ผู้คนมาหาความสุข เพราะทุกคนมีความสุขกันจริงๆ

การแสดงบนเวทีหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นักเต้นคู่หนึ่งเต้นเสร็จครบเพลง นักเต้นคู่ใหม่ก็ขึ้นมาแสดงลวดลายต่อ คนไหนเต้นได้ถูกอกถูกใจคนดู เสียงกรีดร้องโฮ่ฮิ้วก็ดังลั่นตามไปด้วย สาวนักเต้นชาวบราซิลนั้นเต้นกันแบบสุดเหวี่ยง ผมไม่เคยเห็นใครที่อื่นใดเต้นได้รุนแรงปลุกเร้าอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้มาก่อน หนุ่มบราซิลลูกค้าผู้ภักดีก็ปลดปล่อยอารมณ์กันเต็มที่ เสื้อในตัวบิกินี่ทั้งท่อนบนท่อนล่างที่สาวบนเวทีโยนให้กับคนดูนั้นเหมือนนาฬิกาเรือนงามที่ผู้ชมชูมือรับ ผู้โชคดีคือผู้ที่จะได้เชยชมนาฬิกาเรือนนั้นอย่างใกล้ชิด ภายในระยะเวลาที่เจ้าของไร้อาภรณ์ใดๆ อยู่บนเวที เมื่อเพลงจบ ทุกคนก็ยินยอมคืนบิกินี่ตัวงามให้กับเจ้าของแต่โดยดี

แลบบิชหันมาป้องปากตะโกนแข่งกับเสียงเพลงแนะนำอีกกิจกรรมที่นิยมในสถานบันเทิงแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าผมเริ่มมีอาการง่วงหนาวหาวนอน แลบบิชบอกว่าด้วยเงินราว 40 ดอลล่าร์ นักเที่ยวสามารถจะให้สาวที่ได้เลือกเฟ้นแล้วมาเต้นให้ดูส่วนตัวในห้องเล็กๆ ที่มีไว้บริการในเวลา 15 นาที และแน่นอนเมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ก็สามารถจะ "ทำอะไรก็ได้" ตามแต่ผู้จ่ายเงินต้องการ แลบบิชเล่าต่อว่าเคยพาเพื่อนนักสำรวจปลาชาวไต้หวันมาเที่ยวและได้ทำกิจกรรมพิเศษนี้ ทุกคนกลับบ้านเกิดด้วยความยินดีปรีดา และประทับใจกับประสบการณ์ลับเฉพาะเช่นนี้มาก ผมฟังแล้วแล้วรู้สึกน่าสนใจ เวลานี้ผมตัวคนเดียวไม่ต้องมีใครให้ต้องคิดคำนึง การได้ทำอะไรแปลกใหม่ และทำอะไรที่เมื่อยังมีคู่ไม่สามารถทำได้ก็น่าจะดีไม่น้อย อีกใจหนึ่งผมคิดว่าผมทำตัวประชดชีวิตอยู่

สายตาสอดส่องไปทั่ว สาวบราซิลส่วนใหญ่แม้จะผิวพรรณดีเป็นสีแทนงาม แต่โดยมากมักจะตัวใหญ่เหมือนชาวฝรั่ง หน้าอกหน้าใจนั้นใหญ่จนเกินขนาดดูน่ากลัว ส่วนตัวนั้นก็เต็มไปด้วยเนื้อนวล ผมปรารถนาผู้ที่สูงโปร่ง หน้าอกไม่คับแน่น สะโพกสะพรั่ง และผิวแทนงาม แลบบิชหัวเราะชอบใจในความเรื่องมากและมากความ อันที่จริงผมอยากจะปฏิเสธประสบการณ์ใหม่นี้ต่างหาก เพราะดูน่ากลัวอย่างไรชอบกล

แลบบิชส่งลูกศิษย์ก้นกุฏิไปหาสาวผู้โชคดีตามคุณสมบัติมากเรื่องที่ผมว่าไว้ แคดดิชลูกศิษย์ออกตระเวนทั่วร้าน และกลับมามือเปล่า เขาทำมือคล้ายพยายามส่งภาษาให้รู้ว่า โอ้ย อย่างนี้จะหาได้ที่ไหน

ที่ปลายตา ผมเห็นสาวในฝันเดินผ่านไป ผมชี้ให้แลบบิชดู แลบบิชเรียกบริกรมาส่งภาษาโปรตุเกส บริกรหายไปสักพัก แล้วกลับมาคุยกับแลบบิชต่อ แลบบิชบอกว่าเธอต้องการ 50 ดอลล่าร์จะได้ไหม แลบบิชหันมาที่ผม ผมตอบว่าได้โดยไม่ลังเล

ณ ห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่สร้างขึ้นอย่าง่ายๆ มุมร้าน มีประตูไม้อัดเปิดไป ภายในเป็นผนังไม้อัด ด้านขวามีม้านั่งตัวอย่างรองดัวยเบาะหนังเทียมสีดำ อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมีอ่างล้างหน้า ที่มุมอีกมุมหนึ่งมีถังขยะใบใหญ่เต็มไปด้วยกระดาษทิชชู่ ถังขยะใบนี้ตั้งอยู่จนเกือบชนอ่างล้างหน้า นี่คือร่องรอยของการสารภาพบาปของคนก่อนหน้าหลายๆ คน ห้องเล็กห้องนี้เล็กมากจริงๆ คนเข้าไปอยู่ 2 คนก็ถือว่าแออัดมากแล้ว จนแทบจะไม่มีที่ให้กระดิกและอากาศหายใจ เสียงเพลงจากด้านนอกดังเข้ามายังด้านใน

ผมเหงื่อแตกซิก และหายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะ

ไม่ถึง 3 นาทีต่อมา ผมเดินออกจากห้องกลับไปยังโต๊ะที่แลบบิชและแคชดิชนั่งรออยู่ ทั้งสองคนมองดูผมด้วยความฉงน และถามว่าทำไมถึงออกมาเร็วนัก แลบบิชมีสีหน้าไม่พอใจ เรียกบริกรมาพบและทำท่าเหมือนคล้ายต่อว่าว่าสาวคนนั้นดูแลแขกของเขาอย่างไร ทำไมถึงออกมาเร็วนัก ผมสะกิดแลบบิชบอกว่าไม่เป็นไร ผมมีความสุข และสนุกกับประสบการณ์สั้นๆ เพียงชั่วอึดใจนั้นแล้ว ขออย่าได้เป็นห่วงเลย ผ่านไปเถอะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องด้วยมองดูนาฬิกา เข็มสั้นอยู่ที่ประมาณเลขเก้า เข็มยาวอยู่เลยเลขสิบสองมานิดหน่อย

ได้เวลาต้องไปสนามบินแล้ว เราสามคนเดินออกจากร้านด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความสุข คืนหฤหรรษ์เช่นนี้คงมีขึ้นไม่บ่อย และมีขึ้นไม่นาน ต่างคนต่างมีหน้าที่การงาน ชีวิตความรับผิดชอบ และอื่นๆ มากมายที่ต้องทำ น่าคิดว่าความบันเทิงเช่นนี้น่าจะเรียกว่าเป็นตัวทวีคูณกำลังใจอย่างหนึ่งให้กับชายทุกคนที่มาเที่ยว ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าคงจะได้รับการแปรเปลี่ยนเป็นความกระฉับกระเฉง ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็น่าจะคลายสภาพเป็นความสบายกายสบายใจ

แน่นอน ผมเดินออกซ่องเมืองมาเนาส์ด้วยความสุขและสบายตัว แต่ทว่า น่าเสียดายที่ความสุขนี้เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วคราวที่พอให้ใจเหงาๆ ในเวลานี้ได้ครื้นเครงขึ้นบ้างเท่านั้น หรือว่าชีวิตคนเราจะมีเพียงแค่นี้ ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่สลับกับความทุกข์ระทมอันยาวนานไม่จากไปไหน

ผมเข้าใจตัวเองดีว่าเหมือนจะรอคอยอะไรอยู่ ได้แต่เพียงหวังว่าความสุขที่แท้ที่เฝ้ารอคอยจะกลับมาและอยู่ไม่ไกล น่าเสียดายที่ผมคงจะไม่ใช่ผู้ลิขิตความสุขนั้นเอง คำตอบทั้งหมดคงอยู่ที่เธอผู้เดียว

Monday, May 29, 2006

เรือช้าบาเซลอส


เรือโดยสารลำใหญ่จอดเทียบท่าแช่น้ำสีเข้มคลั่กไม่ขยับเขยื้อน คลื่นกระเพื่อมพริ้วบนผิวน้ำตามลมโชยที่พัดผ่าน ท้องฟ้าเงียบเหงา เมืองบาเซลอสยามนี้คือเวลาของการลาจาก พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ฝูงนกแก้วมาคอว์บินกลับรังเป็นคู่ ปุยเมฆขาวเริ่มจางหายหลีกทางให้เงามืดของรัตติกาล เรือโดยสารไปเมืองมาเนาส์ เมืองหลวงของรัฐอะแมซอนนาสมีกำหนดจะออกเดินทางในเวลาหกโมงเย็นตรงเป๊ะ

บรรดาญาติพี่น้องและคนรักมาส่งคนเดินทาง บ้างหอบข้าวของพะรุงพะรังเพราะจะต้องจากไปอีกนานกว่าจะได้กลับมาอีก ความวุ่นวายที่ท่าเรือทำให้ความเหงาทำเลาเบาลงไปบ้าง คนงานรูปร่างสัดทัดกำลังขนของแห้งลงจากเรือขวักไขว่ กล้ามเนื้อตึงเปรี๋ยบอกให้รู้ว่าถูกใช้งานมาหนัก ของที่ส่งมาทางเรือมีทั้งเครื่องปรับอากาศ โต๊ะตัวใหญ่ ตู้ตัวเขื่อง ไปจนถึงน้ำหวานขวดหลากหลายยี่ห้อ แผ่นไม้ขนาดใหญ่พาดเป็นทางเดินขึ้นเรือ ผู้คนขนสัมภาระกรูขึ้นไปจนไม่เหลือทางให้คนเดินย้อนกลับ ต้องยืนออรอเวลาที่ไม่มีคนขึ้นเป็นช่วงๆ ที่ชั้นล่างสุด เจ้าของเรือเอาโต๊ะเหมือนสำนักงานบัญชีมานั่งขายตั๋วราคาพันกว่าบาท คนเดินทางมุงรอบจนมองไม่เห็นคนขายที่นั่งอยู่ตรงกลาง ซื้อตั๋วเสร็จ คนเดินทางขึ้นไปยังชั้นสองของเรือเพื่อจับจองพื้นที่ผูกเปลสำหรับเป็นที่นอนในค่ำคืนที่กำลังมาถึง เปลผ้าสีสดถูกนำมามัดกับคานเรือเป็นตับๆ เมื่อเสร็จธุระ บางคนนั่งทอดอารมณ์รอเวลาเรือออกที่ชั้นดาดฟ้าหรือที่ม้านั่งยาวริมขอบเรือ หลายคนลงมาร่ำลาคนรักอยู่ด้านล่าง

เบียร์เย็นๆ วางอยู่ตรงหน้า คลิวเดอร์นั่งเป็นเพื่อนระหว่างรอเวลาเรือออกที่เพิงขายเครื่องดื่มเล็กๆ ที่ท่าเรือ ม้านั่งยกขึ้นสูงเพื่อให้พอดีกับเคาต์เตอร์ สาวคนขายของยืนอยู่ด้านใน คลิวเดอร์คุยด้วยอย่างออกรส ผมได้แต่นั่งฟังภาษาโปรตุกิสไม่กระดิกหู แล้วแบ่งกล้วยน้ำว้าที่เพิ่งซื้อมาจากร้านขายของชำใกล้ร้านตัดผมให้กับคนขายสามสี่ลูก ก่อนที่จะหมุนตัวหัวหน้าออกมาด้านนอก ปล่อยให้หนุ่มคลิวเดอร์เพลินใจไปกับบทสนทนากับสาวน้อยคนเดียว ถึงเวลาเรือใกล้ออก ท่าเรือคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ผมนั่งมองคนเดินผ่านไปมาให้ใจหายคิดว้าวุ่น คนอะแมซอนนาสมีรูปร่างหน้าตาหลากหลาย บ้างมีเค้าอย่างคนยุโรป ผมน้ำตาล หน้าฝรั่ง ตัวโต บ้างมีเค้าอย่างคนลาตินอเมริกัน ผมดำ ร่างเล็ก และก็มีมากอีกเหมือนกันที่รูปร่างหน้าตาผสมปนเปกันทั้งสองแบบ ผมนั่งทอดใจระลึกถึงวันเวลาที่ผ่านมากลางป่าอะแมซอนด้วยใจคะนึง ยามนี้ได้แต่บอกตัวเองว่าเมื่อมีเริ่มก็ต้องมีจาก มีพบก็ต้องมีพราก เวลาที่ผ่านมาต่างหากที่สำคัญกว่า หากห้วงเวลาในอดีตคือช่วงเวลาแห่งความสุข เราก็ควรจะเก็บความทรงจำที่ดีไว้มิใช่หรือ การฟูมฟายถึงอดีตอันหอมหวานคงไม่ใช่ความสุขที่เป็นจริง

กัปตันเรือบีบแตรดังเป็นสัญญาณพร้อมออกเดินทาง ผมจับจองที่นั่งบนดาดฟ้าเพื่อที่จะสูดบรรยากาศสุดท้ายก่อนลาจากป่าอะแมซอนที่ใฝ่ฝันให้เต็มปอดที่สุด เมืองบาเซลอสเป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำ มองออกไปที่ท่าเรือเห็นผู้คนสลอนจุกจิกจอแจ เบี่ยงสายตาไปทางอื่นเห็นป่าเขียวขจี สายลมเย็น ไอแดดอุ่นพัดผ่านตัวจนรู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ ไม่รู้หนาวเพราะความรู้สึกทางร่างกาย หรือใจที่หนาวสั่นจะสั่งการให้กายสั่นก็มิอาจรู้ได้ ผมรู้แต่เพียงว่า ตอนนี้การเดินทางของผมได้ผ่านพ้นมาครึ่งหนึ่งแล้ว ครึ่งหนึ่งของการเดินทางที่เคยแอบฝัน ครึ่งหนึ่งของการเดินทางที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจริง และครึ่งหนึ่งของการเดินทางที่ใช้เวลาในการเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ อีกราวยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือหนึ่งวันเต็ม เรือช้าจากเมืองบาเซลอสก็จะเทียบฝั่งที่มาเนาส์ ก่อนที่ผมจะขึ้นเครื่องบินกลับไปซาวเปาโลเพื่อต่อเครื่องบินกลับนิวยอร์กที่หนาวเหน็บ นิวยอร์กในเวลานี้กลายเป็นฝันร้ายสำหรับตัวเอง นึกถึงเมื่อไรใจเจ็บปวด ได้แต่ให้กำลังใจตัวเองว่าเรามีหน้าที่เรียนหนังสือที่จะต้องกลับไปทำให้สำเร็จลุล่วง และฝันร้ายอย่างไรก็เป็นเพียงความฝัน ความจริงต่างหากที่เราจะต้องเผชิญ อะไรจะเป็นอะไรก็ปล่อยให้มันเป็นเถิด หลายคนปลอบใจผมว่าอย่างนั้น

เรือเคลื่อนตัวออกช้าๆ สวนทางกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าที่ทิศตรงกันข้าม ผู้คนนับร้อยที่ฝั่งเริ่มกลายเป็นจุดเล็กๆ ลงเรื่อย มือที่พวกเขาโบกร่ำลาคนรักพลิ้วไหวคล้ายใบไม้โดนลมพัด ยิ่งเรือห่างจากฝั่งมือน้อยเหล่านั้นเคลื่อนไหวทำให้จุดจิ๋วของผู้คนดูมีชีวิตชีวา ระหว่างกำลังคิดอะไรไปเพลินๆ เรือเหล็กติดเครื่องยนต์เต็มอัตราวิ่งด่วนจี๋มาจากฝั่ง เสียงดังของเครื่องยนต์ปลุกความคิดเรื่อยเปื่อยให้มาสนใจกับภาพตรงหน้า เรือเล็กพร้อมผู้โดยสารจากฝั่งที่มาขึ้นเรือไม่ทันลดความเร็วเท่ากับเรือใหญ่แล้วเทียบด้านข้างของเรือ ผู้โดยสารมาช้าส่งกระเป๋าให้คนบนเรือ แล้วยกตัวเองปีนขึ้นไปเป็นเรือใหญ่ โชคดีที่เรือยังไม่ออกไปไหนไกล เขายังมีโอกาสขึ้นเรือในเที่ยวนี้ ไม่ต้องรอเรือรอบต่อไปในสี่วันข้างหน้า มองเห็นคนเกือบพลาดเรือ ก็นึกว่าหลายครั้งชีวิตของคนเราก็พลาดอะไรไปง่ายๆ เพียงเสี้ยวโอกาสหนึ่งของกาลเวลา มีอะไรบ้างหนอที่จะช่วยให้เรารู้ความพลาดพลั้งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเราบ้างหนอ เผื่อจะเตรียมใจไว้ให้พร้อมรับกับสถานการณ์แย่ๆ นั้นได้

เรือลำนี้เป็นเรือใหญ่ขนาดสามชั้น และยังมีใต้ท้องเรือสำหรับเก็บของอีก ชั้นหนึ่งและชั้นสองเป็นที่แขวนเปลสำหรับนอนค้างคืน น่าแปลกที่ว่าเรือลำนี้ไม่ที่นั่งอย่างเป็นกิจจะลักษณะ มีเพียงม้านั่งยาวที่ขอบเรือเท่านั้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่หย่อนตัวลงนั่งกึ่งนอนบนเปลส่วนตัวที่แขวนไว้ที่คานเรือจับจองที่ทางไว้ตั้งแต่เมื่อขึ้นเรือยังไม่ออก หากใครเบื่อหน่ายหรือหิวโซ ที่ชั้นด่านฟ้าก็มีร้านขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว รวมทั้งแฮมเบอร์เกอร์เนื้อสอดไส้ขนมปังอย่างอเมกันไว้บริการ น้ำกระป๋องรวมทั้งเบียร์เย็นเจี๊ยบคือเมนูเด็ดของร้านบนด่านฟ้าเรือ ผู้โดยสารทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่น ไม่มีนักท่องเที่ยวแต่งตัวประหลาดเลยสักคนยกเว้นผม คนเดินทางมาเที่ยวป่าอะแมซอนส่วนใหญ่มักจะมากับบริษัทท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม และจะมีเรือท่องแม่น้ำนำเที่ยวเฉพาะกลุ่ม น้อยโอกาสนักจึงจะเห็นคนท่องเที่ยวใช้บริการเรือโดยสารระหว่างเมืองซึ่งเป็นการคมนาคมหลักของเมืองกลางป่าเช่นนี้

ผมใช้เวลาบนเรือส่วนใหญ่ดื่มเบียร์ และปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับจังหวะเดินช้าของเรือทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้เวลานอนหลับในเปลที่ชั้นล่างเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ผมมิได้ดื่มเบียร์เพราะผิดหวัง เบียร์คู่ควรกับความสุขและความสบายใจเท่านั้น แอลกฮอล์อ่อนๆ ราวสี่ห้าเปอร์เซ็นในเหล้าหมักเช่นนี้ช่วยกล่อมให้ความคิดสบายๆ ให้ใจมีสมาธิ สกัดความว้าวุ่นในจิตให้ออกไปไกลๆ เมื่อจิตสงบไม่ฟุ้งซ่านแล้ว หลายครั้งปัญญาและความสุขก็เกิดขึ้น นี่คือความรู้สึกของตัวเองเมื่อดื่มเบียร์ เบียร์ไม่เคยเป็นปีศาจร้าย ไม่เคยเป็นอบายมุขสำหรับผมเลย แต่นั่นก็มีข้อแม้ว่าต้องกินอย่างพอดิบพอดี กินมากเกินไปก็ทำให้เมามาย ร่างกายพะอืดพะอม จิตใจฟุ้ง นอนไม่หลับ คอแห้ง กระหายน้ำได้ เวลานี้ ผมคุยกับใครไม่รู้เรื่อง เพราะภาษาโปรตุกิสนั้นไม่เคยกระดิกหู รู้จักแต่ว่าจะสั่งเบียร์ จะสวัสดีทักทาย และขอบคุณอย่างไรเท่านั้น เบียร์จึงเป็นเพื่อนรักคุยแก้เบื่อในการเดินทางโดยเรือนานๆ ไม่รู้ว่าจะจัดให้เจ้าเบียร์กระป๋องเย็นๆ อยู่ในข่ายเพื่อนกินหาง่าย หรือเพื่อนตายหายากดีหนอ

กิจกรรมบนด่านฟ้ามีหลากหลาย เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา เริ่มตั้งแต่เรือออกในตอนเย็น จนไปถึงที่หมายในอีกเย็นหนึ่งของอีกวัน นอกจากผู้โดยสารจะขึ้นมาซื้อขนมขบเคี้ยว ของว่าง และเครื่องดื่มบนร้านด่านฟ้าที่เปิดเกือบตลอดเวลาที่เรือแล่นแล้ว ยังมีโทรทัศน์ดาวเทียมรับรายการท้องถิ่น และเปิดมิวสิกวิดีโอเพลงเร้าใจให้ดูด้วย เวลาหัวค่ำเป็นช่วงเวลาที่จอแจที่สุดบนด่านฟ้า ผู้โดยสารชาวบราซิลหยิบเก้าอี้พลาสติกมาตั้งหน้าทีวีดูละครหัวค่ำกีนสลอน เห็นแล้วทำให้อดคิดถึงเมืองไทยที่หลายคนติดละครตอนหัวค่ำไม่ได้ พอดึกดื่นค่ำคืนหน่อย ผู้คนเริ่มง่วงหงาวหาวนอน คนจึงบางตาเพราะทยอยกันลงไปชั้นล่างกลับไปยังเปลคู่กายหย่อนกายพักผ่อนหลับบนสายน้ำ

ตอนกลางคืนผมจับจองที่นั่งบนทางเดินที่หัวเรือแคบๆ นอนพิงพนังห้องคนเรือที่อยู่ด้านหน้าสุดของชั้นด่านฟ้า ท้องฟ้าในวันนี้สว่างจ้า พระจันทร์เกือบเห็นเป็นรูปกลมป๊อก ผมนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นจิบเบียร์ชมจันทร์พูดคุยกับตัวเอง เวลานี้ช่างสวยงามพิเศษสุด ผืนน้ำและผืนป่าอะแมซอนรอบตัวเงียบเชียบแต่ไม่วังเวง เสียงเครื่องยนต์เรือดังแผ่วๆ สร้างบรรยากาศไม่ให้เงียบเหงาและไม่น่ารำคาญ บรรยากาศรอบตัวเย็นฉ่ำทะลุผ่านเสื้อกันหนาวช่วยให้ร่างกายที่ร้อนผ่าวจากแดดจ้าที่เผชิญมาตลอดสามสี่วันที่ผ่านมาค่อยเย็นลง แสงจันทร์ส่องจ้าเป็นประกายอย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมนักเพลงนักกลอนจึงนิยมสร้างบรรยากาศความรักชุ่มชื่นของคนหนุ่มสาวใต้แสงจันทร์

เรือแล่นมาถึงราวเที่ยงคืนกว่า ผมตื่นขึ้นบนทางเดินที่หัวเรือซึ่งได้ผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว เงาจันทร์และรสเบียร์คงเป็นใจกล่อมให้เข้าสู่นิทราแสนสุขอย่างรวดเร็ว ทีแรกนึกว่าจะนอนอยู่ที่เดิม แต่ไอเย็นฉ่ำและลมแรงทำให้ต้องลงไปนอนในเปลที่ชั้นล่าง เดินลงไปด้วยความงัวเงีย ผู้คนในเปลข้างๆ นอนหลับกันไปหมดแล้ว จนเบียดให้พื้นที่เปลสำหรับนอนของผมเหลืออยู่เพียงที่แคบๆ ด้านซ้ายคือผู้หญิงตัวใหญ่ ด้านขวาคือผู้ชายตัวล่ำ ผมค่อยย่องหย่อนตัวเองเค้าไปในเปลโดยไม่ให้ต้องกระทบกับเปลของคนข้างๆ ความเหนื่อยล้าทำให้หลับได้โดยง่าย ไม่ต้องทรมานมากเหมือนเช่นที่ผ่านมาแทบทุกคืน แต่นอนไปได้สักพักก็ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้น สาวใหญ่ข้างๆ ใช้ตัวและเท้าของเธอเบียดผ่านเปลข้างๆ มากระทุ้งตัวตลอด ทีแรกๆ ผมก็เป็นเด็กดียอมเบี่ยงตัวเปลี่ยนท่านอนหลบๆ ท่วงท่ามหาประลัยของเธออยู่ดีหรอก แต่พอบ่อยครั้งเข้า ก็ต้องเบียดต่อสู้กันบ้าง ผมก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

หลับๆ ตื่นๆ ฟังเสียงหายใจของเพื่อนร่วมทางจากเปลข้างๆ และต่อสู้ทางร่างกายช่วงชิงพื้นที่นอนกับสหายสาวใหญ่ข้างเปลไปเรื่อยๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงก็อกๆ แก็กๆ และเสียงเครื่องยนต์ดังจากทางข้างเรือ ลุกขึ้นมาจากเปลเพื่อเดินลงไปชั้นล่าง ไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น แลบบิชเคยเล่าว่า ในเที่ยวเรือช้าจากบาเซลอสกลับมาเนาส์นี้จะมีการขนปลาสวยงามมาด้วย บาเซลอสถือเป็นเมืองหลวงของการส่งออกปลาสวยงามไปทั่วโลก ปลาที่ขายอยู่ในตู้ที่มาจากลุ่มน้ำอะแมซอนหลายสิบชนิดส่วนใหญ่ก็มาจากเมืองบาเซลอสกันทั้งนั้น ว่ากันว่าปลาคาร์ดินัล หรือปลานีออนสีสันสวยสดแดงน้ำเงินถูกจับและส่งออกจากคนจับปลาในเมืองบาเซลอสผ่านพ่อค้าคนกลางในเมืองมาเนาส์ถึงปีละเป็นล้านตัว เรือใหญ่จอดนิ่งอยู่กลางแม่น้ำ เรือเล็กมีกระบะสี่เหลี่ยมใส่น้ำครึ่งหนึ่งวางซ้อนกันเป็นตับจอดเทียบข้างๆ คนงานรูปร่างสันทัดเรียงกันเป็นแถวๆ ส่งกระบะปลาต่อให้กันและกัน แล้วเอามาวางซ้อนกันชั้นๆ สูงเกือบถึงอกแล้วเลื่อนไถไปไว้ที่หัวเรือด้านล่าง น่าเห็นใจผู้โดยสารหลายคนที่คิดผิดมาจับจองที่แขวนเปลที่ชั้นล่าง หลายคนต้องปลดเปลออกแล้วเดินงัวเงียขึ้นไปหาที่ผูกเปลใหม่บนชั้นสอง เพราะถูกไล่ที่โดยเจ้าของเรือ บอกว่านี่คือที่สำหรับวางกระบะปลาที่มีเป็นพันกระบะ หลายคนก็ทนเสียงกุกกักไม่ไหวก็หนีขึ้นไปนอนข้างบนเช่นกัน เวลาขนปลานี้นานพอสมควรราวชั่วโมงกว่าได้ เพราะมีเรือขนปลามาเทียบถึงสามลำสามเจ้า การขนปลาเช่นนี้เกิดขึ้นทุกวันที่มีเรือเข้าเมืองมาเนาส์ตลอดช่วงฤดูฝนที่ถือเป็นฤดูการจับปลาสวยงามส่งออก

อยู่ข้างล่างดูเขาคนปลากันได้สักพักก็งัวเงียจนต้องขึ้นไปนอนต่อที่เปลแสนทรมาน ผมคงง่วงและเหนื่อยจัดจนไม่ใยดีกับสงครามช่วงชิงพื้นที่กับสาวใหญ่คนข้างๆ แล้ว นอนหลับปุ๋ยไปตื่นเอาตอนเช้าแสงแดดออกจ้า ไม่ได้อาบน้ำแต่แปรงฟันให้รู้สึกสดชื่น ขึ้นไปบนด่านฟ้าที่เดิม เพิงขายเครื่องเดิมยังไม่เปิด คนขายของเดินงัวเงียทำความสะอาดกวาดพื้นหน้าร้านที่มีกระป๋องเบียร์และน้ำอัดลมวางเกลื่อนกลาด ผมเดินไปนั่งเล่นที่หัวเรือที่เดิม ความชื้นจากไอน้ำตั้งแต่เมื่อคืนยังฟุ้งอยู่ในอากาศ ผมสูดอากาศยามเช้าหอมกลิ่นไอป่าเข้าเต็มปอด แสงแดดเริ่มแรงสว่างจ้าขึ้นพร้อมๆ กันคนที่เริ่มตื่นจากการหลับใหล ลุกขึ้นมาเดินเล่นบนดาดฟ้ากระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่า

เดินไปสักพักก็รู้ว่าได้เวลาอาหารเช้าแล้ว เพราะคนเดินทางคนอื่นๆ เดินถือขนมปังประกบไข่ดาวขึ้นมากินบนดาดฟ้า และทำท่าทำท่างบอกคนต่างถิ่นของผมให้ลงไปกินบ้าง เรือลำนี้ดีอย่างคือ ค่าอาหารสามมื้อ คือมื้อเย็นวันที่ออกเดินทาง มื้อเช้า และมื้อกลางวัน เขารวมไว้ในค่าตั๋วแล้ว ที่ท้ายเรือมีครัวเล็ก และโต๊ะแบบให้คนเดินเข้าแถวตักอาหารแบบบุฟเฟต์ พอถึงเวลาอาหาร ก็มีข้าวและกับมาวางไว้ คนก็ต่อแถวกันเป็นพรวน กินอาหารแสนอร่อยเพราะหิวโซกันยาวเหยียด อาหารมื้อกลางวันมีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ และเนื้อไก่ คนบราซิลกินข้าวและฟารินญ่าเมล็ดธัญญาหารผสมกันเป็นหลัก ผมชอบฟาริญญ่าคลุกข้าวแล้วราดด้วยน้ำแกงขลิกขลิก เมล็ดพืชแข็งโดนน้ำแกงแล้วอ่อนนุ่มมันกรุบ กินกับข้าวถูกปากนั้นอร่อยเหาะจริงๆ

หนึ่งวันเต็มที่ใช้ชีวิตเดินทางอยู่บนเรือช้าถือเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ วันผ่านๆ มาก็มีคนอยู่ด้วยรอบข้างตลอดเวลา ขึ้นเครื่องบินมาก็ต้องพบปะกับเจ้าหน้าที่สายการบิน มาถึงมาเนาส์ก็เจอกับแลบบิชและลูกศิษย์ มาบาเซลอสก็มีคลิวเดอร์และครอบครัวฟรานซิสโกคอยประกบดูแล มาตอนนี้บนเรือ ไม่รู้จักใครเลยสักคนเดียว จะให้คุยกับคนเดินทางด้วยกันก็ส่งภาษาสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่จะว่าใครไม่ได้ ต้องโทษตัวเองที่ไม่มีกระจิตกระใจขวนขวายเรียนรู้ภาษาอื่น ตอนนี้จิตใจนั้นอ่อนแอ พละกำลังที่จะทำอะไรนั้นร่อยหรอเหลือน้อยเต็มที ก็เลยปล่อยให้ตัวเองไม่รู้เรื่อง นั่งอยู่หัวเรือ มองแม่น้ำและผืนป่าโดยรอบผ่านแว่นตากันแดดผลัดกับงีบหลับเล็กๆ ไปอย่างนั้นคนเดียว เบียร์เย็นในกระป๋อง สลับกับน้ำกระป๋องกูราน่า ซึ่งเป็นน้ำสมุนไพรท้องถิ่นที่บริษัทน้ำอัดลมหัวใสนำเอามาทำเป็นน้ำดื่มกระป๋องจนขายดิบขายดี รสชาดถูกปากคนบราซิลกันทั่ว คือ เพื่อนชั้นดีที่มีอยู่ข้างกายเดียวดายในเวลานี้

ราวบ่ายแก่ๆ เรือเข้ามาจอดเทียบท่าระหว่างทาง ทีแรกนึกว่ามาถึงมาเนาส์แล้ว แต่พอเห็นชื่อป้ายของอีกเมืองนึงก็ต้องผิดหวัง การเดินทางครั้งนี้ช่างยาวนานแสนนานจริงๆ ออกมาจากบาเซลอสตั้งแต่เย็นเมื่อวาน นี่ก็บ่ายของอีกวันนึงแล้วก็ยังไม่ถึงสักที ผมลงมานั่งที่ม้านั่งบนชั้นสองของเรือ สายตามองทอดออกไปที่ริมฝั่ง และกลางแม่น้ำ ขณะกำลังนั่งเพลินก็รู้สึกว่ามีคนมาสะกิดที่หัวไหล่ แล้วใช้ภาษามือชี้ให้ดูที่ทางฝั่ง ที่แพลอยน้ำ มีคนที่ปลายแพกำลังให้อาหารกับปลาโลมาสีชมพูที่พบได้แต่ในลุ่มน้ำอะแมซอนที่เดียวอยู่ ปลาโลมาปกติอยู่ในทะเล แต่ปลาชนิดสีชมพูนี้วิวัฒนาการมาอยู่ในน้ำจืดตั้งแต่นมนาม เข้ามาจากท้องทะเลมหาสมุทรทางปากแม่น้ำ แล้วก็มาอยู่ถาวรในลุ่มน้ำอะแมซอนตั้งแต่นั้นมา คนท้องถิ่นเขาหัวใส ให้อาหารมันจนเชื่องแล้วทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการโฆษณาว่านักท่องเที่ยวไปดำผุดดำว่ายได้กับปลาโลมา แต่ถ้าจะให้ราคาถูกหน่อยก็มีรายการแค่ให้อาหารบนโป๊ะ นี่ล่ะที่เรียกกว่าการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการท่องเที่ยว ปลาโลมาสีชมพูที่ขึ้นมาฮุบอากาศหายใจบนผิวน้ำเพียงชั่วเวลาประเดี๋ยวประด๋าว มองเห็นได้ยากจากด้านบน พอเชื่องมือเชื่องคน ก็สามารถหลอกล่อให้ลอยตัวมารออาหาร อวดแสดงให้นักท่องเที่ยวดูชมได้ชัดเจน เรื่องนี้ต้องชมเชยคนหัวใสต้นคิดจริงๆ

เวลาเย็นย่ำ เรือเริ่มแล่นเข้าเขตเมืองมาเนาส์ แนวป่าหนาทึบเริ่มบางเบาและเตี้ยลงทุกที ไม่ช้าไม่นานเริ่มเห็นบ้านเรือนผู้คนปลูกตั้งสลับอยู่บนเรือกแถวต้นไม้เขียว เรือแล่นอย่างช้าๆ ความเป็นเมือง มีตึกรามบ้านช่องเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อย ผมย้ายที่นั่งจากหัวเรือมาบนชั้นดาดฟ้า หนุ่มบาเซลอสหน้าคมเข้ามาคุยด้วย ผมคุยตอบด้วยภาษาโปรตุเกสกระท่อนกระแท่นไม่ได้ใจความ พูดภาษาอังกฤษบ้าง งัดวิชาภาษาฝรั่งเศสที่เคยเรียนมาตอนชั้นมัธยมขึ้นมาพูดผสมกันมั่วๆ บ้าง และเปิดหนังสือนำเที่ยวที่มีดัชนีคำศัพท์โปรตุเกสใช้บ่อยๆ ขึ้นมาให้เขาอ่านบ้าง เราคุยกันนานแสนนานแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้เรื่องซึ่งกันและกัน เวลานี้ ผมหงุดหงิดกับการสื่อสารทางภาษาที่ติดต่อสื่อสารกันไม่ได้มาก แต่ในความหงุดหงิดนั้น บรรยากาศอันแตกต่างจากที่เคยเห็นเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน และการได้พบปะกับผู้คนต่างชาติต่างภาษาต่างความรู้สึกนึกคิดนั้นก็ทำให้รู้สึกได้ว่า ในเวลาดีๆ อย่างนี้ มิตรภาพจากการเดินทางนั้นช่างสวยสดงดงามจริงๆ Posted by Picasa

Saturday, May 06, 2006

สบายอารมณ์บนหาดอิปปานีมา


เ สียงดนตรีแซมบ้าดังเข้าหูเป็นจังหวะครึกครื้น เสียงกลองฉิ่งฉาบลูกกระพรวนและเครื่องดีดดังสลับแทรกเร่งเร้าทำนองให้มีสีสั น คนกลุ่มหนึ่งยืนล้อมรอบวงดนตรีเป็นเหมือนกำแพงล้อมการแสดงของนักดนตรีวณิพกผ ู้ยิ่งใหญ่ ในวงมีหนุ่มสาวนักท่องเที่ยวที่กำลังได้ที่จากฤทธิ์อ่อนๆ ของเหล้าอ้อยกลั่นแบบฉบับท้องถิ่นของบราซิลกำลังเต้นแร้งเต้นกาสะบัดโยกย้าย เย้ายวน ท่วงท่าของเธอนั้นอ่อนไหวได้ใจคนดูนัก สาวผิวแทนเข้มวัยดัดคนนี้ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนท้องถิ่น เธอถอดบิกินี่ตัวจิ๋วออกเผยหน้าอกให้ชูชันทักทายกับแสงแดดอุ่น จนทำให้การแสดงดนตรีสดพร้อมนักเต้นสมัครเล่นดูเหมือนจะกลายเป็นจุดสนใจอันดั บหนึ่งของหาดอิปปานีมาในยามนี้ขึ้นมาทันที คนเดินผ่านไปใครมามิวายที่จะต้องเหลียวตามอง และส่วนใหญ่มักไม่ลังเลที่จะหยุดพักชมให้จังหวะกลองดังกระตุ้นให้หัวใจเต้นแ รงเสียด้วยสิ

ผมเอนตัวนอนบนผ้าเช็ดตัวบนผืนทรายอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห ้าเมตรจากการแสดง จังหวะดนตรีเร้าให้หัวใจเดินช้ากลับมาเต้นในจังหวะเดิมๆ สายตามองผ่านแว่นตากันแดดสีครึ้มเห็นความมีชีวิตชีวาจนระบบประสาทสั่งให้กระ ดิกเท้าและเคาะมือตาม เบียร์เย็นๆ ที่ค่อยดิ่มจิบช้าช่วยลบความทุกข์และความคิดสะเปะสะปะให้ออกไปจากหัวสมองอัน ว้าวุ่น แสงแดดอุ่นช่วยบรรเทาความเยือกเย็นที่เข้ามาเยี่ยมเยียนจิตใจ เม็ดทรายใต้ผืนผ้าเช็ดตัวคือโซฟานุ่มชั้นดีที่ชวนเคลิ้มเคล้าไปกับบรรยากาศ

เ มื่อพอใจกับการชมดนตรีเต้น ผมปล่อยให้ประสาทสัมผัสทางหูทำหน้าที่รับจังหวะทำนองไปอย่างเดียว ส่วนสายตานั้นเบี่ยงไปทางอื่น ภาพที่เห็นอยู่รอบๆ สั่งให้ใจมีอารมณ์ร่วมไปกับบรรยากาศรอบตัว เวลานี้ ผู้คนเดินผ่านไปมาที่ริมหาด เพื่อนนักบูชาแดดที่นอนเรียงรายกันเป็นร้อยเป็นพันคนรอบข้าง และคนเร่ขายตามหาดเสนอขายตั้งแต่ครีมกันแดด เครื่องดื่ม แตงโมฉ่ำ เรื่อยไปจนถึงของที่ระลึกอย่างกระเป๋าสะพายตรารูปธงบราซิลและแผนที่ คือเพื่อนชั้นดีที่ไม่จำเป็นจะต้องรู้จักและพูดคุยด้วย พวกเขาทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้นั้นไม่เหงาจนเปล่าเปลี่ยวใจจนเกินไปนัก เมื่อสายตาเหนื่อยล้า ผมปล่อยตัวสบายเอนลงไปนอน หลับตาพริ้ม ปล่อยให้บรรยากาศดีๆ ที่เพิ่งเก็บบันทึกไว้เมื่อตะกี้นี้กล่อมให้นอนหลับพักผ่อนสักครู่หนึ่ง

ย ามตะวันยิ้มแฉ่งบนท้องฟ้าตั้งแต่ราวแปดโมงเช้าไปจนถึงสักห้าโมงเย็น หาดอิปปานีมาริมทะเลแอตแลนติกไม่เคยเงียบเหงาหรือเปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คนเลย สภาพแนวหาดยาวตรงดิ่งยาวราวสามกิโลเมตรแห่งนี้คือสวนสาธารณะพักผ่อนติดอันดั บของชาวเมืองริโอเดอจาเนโร ใครว่างเมื่อใดมีอันต้องมาสูดลมทะเลพัดหวิว และเกลือกเกล้าเคล้าไอแดด นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นอย่างผมไม่ใช่คนส่วนใหญ่ที่เห็นเกลื่อนบนชายหาดผิด กับสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลอื่นๆ หนุ่มท้องถิ่นรูปงามใส่กางเกงว่ายน้ำแนบตัวรัดติ้ว สาวสวยหุ่นดีใส่บิกินี่สองชิ้นตัวจิ๋วเห็นก้นกลมและหน้าอกงาม บ้างปูผ้าชายหาดผืนใหญ่ลงบนเม็ดทรายแล้วนอนหลับมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม บ้างหยิบหนังสือขนาดเหมาะมือขึ้นมาอ่าน บ้างนั่งจิบเบียร์เย็นนั่งคุยตามประสากับเพื่อน พอเบื่อนั่งเล่นบนชายหาดแล้ว หนุ่มสาวเจ้าก็เดินลงไปแช่น้ำทะเลเย็น ยืนให้คลื่นซัดน้ำกระทบตัวเป็นเครื่องนวดคลายเส้นชั้นดี บางคนก็จับกลุ่มกันตีลูกบอลเล็กด้วยไม้อัดคล้ายไม้ปิงปองใหญ่ไร้ยางเด้งที่ร ิมชายหาดพอให้เหงื่อได้ออกซึม

หาดอิปปานีมาโค้งยาว มีตึกสูงที่พักอาศัยของคนท้องถิ่นโอบกอดรอบ ถนนรถวิ่งตัดขนานไปกับแนวยาวของชายหาด ทุกไฟแดงมีทางม้าลายให้หนุ่มสาวนักอาบแดดได้ไปถึงที่หมายโดยสะดวก ที่ฟากติดชายหาด มีเลนพิเศษสำหรับแล่นจักรยานไว้เฉพาะ ชาวเมืองใช้ตีนปั่นสองล้อหมุนไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะจากบ้านหอบกระดานโต้คลื่นหรือชุดมาเปลี่ยนอาบแดด เวลาเย็นมีผู้คนสุขภาพดีหยิบรองเท้าสเก็ตมาสวมใส่แล่นไปเคียงข้างกับรถจักรย าน ที่สุดหาดด้านหนึ่งคือภูเขาตั้งตระการเด่นมองเห็นแต่ไกล เป็นสัญลักษณ์บอกความเป็นอิปปานีมาที่ทุกคนรู้จักดี สุดปลายอีกด้านนึงเป็นเนินยื่นออกไปในทะเล คือเส้นแบ่งธรรมชาติกับหาดโคปาคาบาน่า หากปีนขึ้นไปอยู่บนเนินสูงนี้ จะเห็นภาพหาดอิปปานีมาจากมุมบนชัดเจน เม็ดทรายสีน้ำตาลเคียงข้างไปกับผืนน้ำกว้างใหญ่ดูคึกคัก ผู้คนเคลื่อนไหวไปมาบนหาดคือจุดเล็กจิ๋วที่มาทำให้องค์ประกอบของภาพสมบูรณ์ อาคารตึกรามสูงที่อยู่โดยรอบเป็นกรอบรูปชั้นดีตัดให้หาดงามแห่งนี้ดูโดดเด่น

ต ลอดความยาวของหาด มีเสาหลักปักบอกจุดไว้ทุกระยะและมีชื่อเรียกนับตั้งแต่เลขหนึ่งขึ้นไป เสาหลักบอกตำแหน่งช่วยเพื่อนผอง คู่รัก หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนให้มาเจอกันโดยง่าย บางครั้งเรื่องเล็กๆ อย่างนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำหน้าที่แทนฟ้าลิขิตคล้ายจะบอกว่ายังไงคู่รักก ็คงไม่แยกจากกัน ที่สำคัญต้องมีเหตุบันดาลและกำหนดส่วนตัวด้วย เขตอาณาของเสาหลักแต่ละต้นที่อยู่ห่างจากกันเป็นระยะๆ คือที่รวมตัวของคนแต่ละพวกที่ดูเหมือนมีความสนใจเหมือนๆ กัน เสาหนึ่งเป็นที่ที่มีของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ โรงแรมที่พักจัดเก้าอี้พร้อมผ้าเช็ดตัวไว้ให้เรียบร้อย อีกเสาหนึ่งเป็นที่ของหนุ่มเกย์สาวเลสเบี้ยน มีธงแถบสายรุ้งชักขึ้นให้เห็นรู้จากแต่ไกล ยังมีที่สำหรับครอบครัวสุขสันต์ และนักโต้คลื่น ส่วนผมนั้นคงมิเข้าพวกใดทั้งสิ้น เวลานี้คือเวลาที่อยู่กับตัวคนเดียวเงียบๆ ไม่อยากพูด ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น การได้เขยิบออกมาสู่วงนอกของเรื่องราว และหันกลับไปมองวงในอย่างสังเกตสังกาถือเป็นความสุขของคนคิดมากและจริงจังกั บชีวิตอย่างผมที่สุด การปล่อยวางเช่นนี้ถือว่าเป็นความสามารถมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมนุษย์ นี่คือขั้วตรงข้ามของสลับซับซ้อนทางความคิดที่หลายคนไม่เคยได้รู้จัก

ร ะหว่างมาแวะเยี่ยมเมืองริโอเดอจาเนโรเกือบสองวันเต็มก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ นิวยอร์ก ความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวาบนหาดนี้เองได้เย้ายวนใจจนผมติดแหง็กไม่ไปไห นอยู่แต่บนหาดอิปปานีมา โดยมิได้ไปดูชมสถานที่อื่นๆ ในเมืองเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นพระเยซูคริสต์หินแกะองค์ใหญ่ชูมือโอบอ้อมประทานพรอยู่ที ่หน้าผาเห็นวิวเมือง ถนนสายหลักของเมืองที่มีสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมสวยงาม หรือรถรางโบราณที่นักท่องเที่ยวคนอื่นไม่เคยพลาดชม ผมนั้นวันๆ เอาแต่นอนเล่นจิบเบียร์เย็นบนชายหาด นอนกินลมผึ่งพุงจนตัวแดงดำเข้าสำนักคนบูชาแดดไปอีกราย

จำได้ว่าแอร์โ อสเตสสาวแก่แห่งสายการบินแห่งชาติบราซิลระหว่างเดินทางมาจากมาเนาส์บอกว่าหา กอยากจะเจอหญิงงามก็ต้องมาหาดอิปปานีมา แต่ถ้าอยากอยู่ที่ราคาถูก และชอบเที่ยวเล่นเต้นบ้าก็ให้อยู่หาดโคปาคาบาน่าที่ตั้งอยู่ติดกันไปทางเหนื อ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมเสียเงินออมในกระเป๋าเพิ่มอีกนิดแล้วมาใช้ชีวิตอยู่ที่หาดอิปปานีมาแห ่งนี้ เพราะนอกจากจะมีชีวิตครึกครื้นแล้ว สาวเจ้ายังงามล้นดังที่ได้ยินมาอีกด้วย สาวบราซิลนั้นรูปร่างดี สูงโปร่ง ผิวอวบอัดสีแทนคล้ำมีน้ำมีนวลแต่ไม่อ้วนล้นจนเกินไป หน้าตานั้นคมเข้มแบบคนลาตินอเมริกา แถมมีเชื้อฝรั่งนิดๆ จากโปรตุเกสเจ้าอาณานิคมที่ได้มาแผ่ขยายอำนาจรวมชาติพันธุ์ไปตั้งแต่ศตวรรษก ่อน หนุ่มโดดเดี่ยวเดียวดายเช่นผมจึงหัวใจโลดแล่นทะยานไกล สนุกไปกับการอยู่ในหมู่คนสวยคนสวย

เสียงดนตรีจังหวะครึกครื้นยังดั งแว่วอยู่ในหัว จิตใจล่องลอยคิดถึงคนรักที่อยู่แดนไกล อยากให้เธอได้มาร่วมสบายอารมณ์ไปกับบรรยากาศบนหาดอิปปานีมานี้ด้วยกัน แม้บรรยากาศรอบตัวจะอิ่มเอม แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ผมคิดถึงเมืองไทยที่สุด ป่านนี้ในเวลาที่ผมพยายามทำใจให้สบายหมดจากความว้าวุ่นห้ามใจไม่ให้คิดถึงเธ ออยู่ เธอกำลังทำอะไรอยู่หนอที่เมืองไทย ทำไมนะเวลาแห่งความสุขหลายๆ ครั้ง เราถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน โชคชะตาฟ้าละขิตจะต้องทำให้เราจากกัน แล้วจะต้องจากกันไปนานแค่ไหน ผมนึกถึงเธอ และรู้ว่าไม่มีใครสวยสดงดงามไปกว่าเธออีกแล้ว แม้แต่สาวบราซิลที่ยลใจผมนักหนาก็เถิด Posted by Picasa