Sunday, January 14, 2007

เที่ยวซ่อง

หัวใจเต้นตุบตุบเป็นจังหวะแสนประหลาด เร็วและถี่ขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลมปลิวลอดเข้ามาทางช่องว่างของถนนแคบที่ถูกขนาบด้วยตึกแถวสามชั้น ร่างกายภายนอกรู้สึกหวิว จะร้อนก็ไม่ใช่ จะหนาวก็ไม่เชิง สองมือล้วงลงในกางเกงยีนที่ใส่พร้อมจะออกเดินทางไปสนามบิน นิ้วเท้าเกร็งชาหดตัวอยู่ในสายรัดรองเท้าแตะหุ้มส้นหรือแซนเดิลที่ฝรั่งเรียก สายตาก้มมองลงต่ำ รู้สึกได้ถึงรอยยิ้มแบบแหยๆ ที่เผยออกมาทางมุมปาก อาจจะเป็นเพราะเขินอาย อีกจิตใจหนึ่งของความสนใจใคร่รู้สั่งให้สายตาที่หลบภาพตรงหน้าเงยมองขึ้นดูความเป็นไปรอบตัว เวลาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย แลบบิชพามาเที่ยวสถานบันเทิงของบุรุษ ที่เขาบอกว่าเป็นความบันเทิงราคาถูก ถูกกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนต์เสียอีก

ตึกแถวสองสามคูหามีชีวิตชีวาผิดกับตึกอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ และตรงข้าม เสียงจังหวะเพลงเต้นเน้นจังหวะกลองดังซ่านมาจากความมืดหลังประตู เงินสกุลท้องถิ่นแลกเปลี่ยนแล้วราคาราวห้าดอลลาร์ถูกยื่นแลกกับตั๋วกระดาษใบเล็กๆ สำหรับมอบให้กับบริกรที่ยืนอยู่หน้าประตู เศษกระดาษใบนี้คือใบอนุญาตให้ผ่านเข้าไปค้นหาเสียงเพลงและความสนุกสนานในเงามืดที่เราตั้งใจมาในคืนสุดท้ายนี้ เราสามคน ผม แลบบิช และแคชดิช นักศึกษาคนโปรดของแลบบิชเดินฉุยเข้าไปโดยแอบซ่อนความประหม่าไว้ข้างใน สายตาที่ก้มมองพื้นเงยขึ้นอย่างถาวรแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นย่อมมีมากกว่าระดับของความเขินอาย การเดินทางมาในที่เป็นความฝัน ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ควรจะให้รายละเอียดใดๆ แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวได้หายไปจากความฝันที่เป็นจริงนั้นเลย

ก่อนยื่นเศษกระดาษตั๋วเข้าร้านให้กับคนดูแลประตู และก่อนที่เราสามคนจะคุยกันไม่รู้เรืองเพราะเสียงเพลงดังจะกลบถ้อยคำพูด แลบบิชยกมือขึ้นมาป้องและกระซิบเบาๆ ว่ากำหนดการนี้ออฟเรกคอร์ดนะ ผมเข้าใจดีกว่าเขาคงอยากให้เวลาในค่ำคืนนี้เป็นเวลาไปรเวทส่วนบุคคล ไม่ถูกบันทึกเป็นตัวอักษรใดๆ แต่เด็กไทยอย่างผมย่อมเห็นว่ากำหนดการพิศดารนอกเส้นทางนี้คือประสบการณ์ล้ำค่าที่นักท่องเที่ยวไหนๆ ก็คงไม่มีโอกาสจะได้สูดสัมผัส ที่หน้าประตู ผมได้กลิ่นไอความเป็นท้องถิ่นปลิวฟุ้งลอยออกมาปนกับกลิ่นกามบันเทิงจากข้างในในดีกรีที่พอๆ กัน

พื้นในร้านเป็นพื้นปูนคอนกรีตธรรมดาๆ มีน้ำนองเปียกแฉะเป็นหย่อมๆ คงเพราะเอ่อนองหลังจากทำความสะอาดล้างพื้นมาตั้งแต่กลางวัน หรือไม่ก็เพราะฝนที่ตกลงมาทุกๆ วันในมาเนาส์ที่ฝนตกเป็นเรื่องปกติ แม้ควันหมอกจากบุหรี่ที่นักเที่ยวหลายคนสูบอัดเข้าปอดจะล่องลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ แต่อากาศในร้านก็ยังบริสุทธิ์และเย็นสบาย คงเป็นเพราะการออกแบบร้านที่ให้อากาศถ่ายเทและระบายเข้าออกได้สะดวก อากาศธรรมชาติและไอเย็นจากผืนน้ำอะแมซอนอันกว้างใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนั้นดีมากพอที่จะปฏิเสธการปรุงแต่งใดๆ จากเครื่องปรับอากาศที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของที่เที่ยวไปเสียแล้ว

สองมือยังล้วงกระเป๋ากางเกงแน่น แถมบางทีอาจจะล้วงแน่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อซึมออกที่ฝ่ามือ ที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นและความประหม่า อีกทั้งสภาพอันดูธรรมดาๆ พื้นๆ ช่างลิบลับจากแหล่งเที่ยวกลางคืนของชาวนิวยอร์ก ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวแกมประหม่ามากขึ้นไปอีก ความรู้สึกรังเกียจ และความรู้สึกผิดที่ผิดทางมาเยี่ยมเยียนคนใจสับสนและโลเล เราควรมาที่ในที่แบบนี้หรือ

นักเที่ยวแต่งชุดสบายๆ ไม่แต่งตัวหรูหราหล่อเฟี้ยว เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะคือชุดมาตรฐานสำหรับมาเที่ยว ณ นครราตรีแห่งนี้ ความไม่มีพิธีรีตรองนี้ช่างน่ารักและจริงใจ บรรยากาศช่างจริงใจมากจนทำให้คิดว่าตัวเองที่โตมาในโลกของเมืองหลวงจะจริงใจโดยเฉพาะกับตัวเองอย่างพวกลุงๆ น้าๆ ชาวมาเนาส์ในที่นี้บ้างหรือไม่

แต่บุคคลที่เป็นนางเอกของสถานบันเทิงแห่งนี้เห็นจะไม่พ้นสาวงามชาวบราซิลทั้งหลายอยู่ทั่วไปในจุดๆ ต่างของร้าน สาวเหล่านี้ไม่ใช่นักเที่ยว แต่เป็นผู้ให้ความสุขกับนักเที่ยว หลายคนนั่งคุยอยู่ที่โต๊ะกับนักเที่ยวที่มีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข บ้างจับกลุ่มกันคอยส่งสายตาหวานและเย้า ยวนให้กับชายที่เดินผ่านไปมา บ้างก็เดินไปเดินมาเหมือนจะต้องทำธุระอะไรสักอย่าง ผมจำได้แม่นถึงสายตาอันวาบหวิวของสาวนางหนึ่งที่ส่งตรงมาให้ผมผ่านอากาศอันเต็มไปด้วยลมหายใจของความเร่าร้อน สายตาทั้งคู่ที่เจ้าของตั้งใจส่งให้ช่างหวานและเย้ายวนกระไร อีกรูปหน้าสวยแบบยุโรป ผิวพรรณสีแทนน้ำตาลไหม้ และหุ่นสูงยาวได้สัดส่วนทั้งทางแนวดิ่งและแนวขนานก็ยิ่งช่วยให้สายตาคู่นั้นดูน่าสนใจ

เพลงเริ่มดังขึ้นแล้ว ไฟสีหลายสิบดวงพุ่งตรงไปที่เวทีขนาดยาวที่ตั้งอยู่กลางร้าน ผมและคณะจับจองที่นั่งริงไซด์ได้พอเหมาะพอเจาะ เบียร์กระป๋องเย็นๆ ในมือพร้อมสรรพ ไฟทุกดวงส่องตรงไปบนเวที หญิงสาวสองคนพุ่งตรงออกจากฉากหลังเวที คนหนึ่งในชุดบิกินีตัวสั้นจิ๋ว อีกคนหนึ่งในชุดกระโปรงหนังสั้นชุดท่อนบนโอบรัดหน้าอกตื้ว เผยเนินเนื้อให้เชยชมกันอย่างไม่เขินอาย สะโพกของเธอทั้งสองโบกสะบัดให้กับคนดูด้านล่างที่สายตาทุกคู่พุ่งเขม็งหยุดนิ่งเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่บนเวที เพลงดำเนินต่อไป เธอคนหนึ่งวิ่งตรงไปที่เสาเหล็กมันวาวบนเวที ทำท่ายั่วยวนหยอกเย้ากับเสาเหล็กคู่นั้นเสมือนหนึ่งเธอกำลังมีความสุขที่ได้ขยับร่างกายและเนื้อตัวตัวหยอกเย้า เสียดายที่เสาเหล็กนั้นไม่มีชีวิตจิตใจ มิฉะนั้นแล้ว กริยาอาการที่หญิงทั้งสองมีให้ก็คงจะทำให้เสาเหล็กไม่มีอันจะได้ยืนอยู่นิ่งเป็นเสาเหล็กที่จงรักภักดี และไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้

เริ่มมาถึงกลางเพลงแล้ว บิกินีท่อนบนของนักเต้นคนหนึ่ง และชุดหนังท่อนล่างของนางระบำอีกคนถูกเจ้าของปลดออกและเขวี้ยงไปบนพื้นอย่างไม่ปราณี คนดูด้านล่างส่งเสียดหวีดแสดงถึงความพออกพอใจกับการกระทำของผู้แสดงบนเวที ถันเต้าของนางทั้งสองแม้จะไม่เต่งตึงกลมงาม แต่ก็ทำให้นักเที่ยวด้านล่างที่มีอายุโดยเฉลี่ย 35 ขวบปีขึ้นไปได้หายใจไม่ทั่วท้อง เวลาเพลงใกล้จบ จังหวะเพลงและกลองยังเร้าใจชวนให้คนฟังเคาะเท้าตามยังเล่นต่อไป หญิงบนเวทีปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่เธอมีออก และโยนให้กับฝูงชนที่ชูมือรอรับเหมือนในคอนเสิร์ตไม่มีผิดเพี้ยน เสียงปรบมือดังและเสียงตะโกนวิ้วยิ่งดังกว่า เธอทั้งสองบนรองเท้าส้นสูงที่ช่วยให้สะโพกเผยออกมาในลักษณะอันงดงามใช้เวลาที่เหลือแสดงความสามารถในการเต้นอย่างเต็มใจ ก้นสะบัด หน้าอกตาม มือขาโยกย้ายลูบเล้าร่างกายตัวเอง เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของผม แต่สำหรับนักเที่ยวคนอื่นๆ แล้ว ภาพข้างหน้าคงเป็นภาพที่ชวนไม่ให้คืนนี้จบลงง่ายๆ

เพลงหนึ่งจบ นักเต้นคู่ต่อไปออกมาสลับแทน ท่าเต้นของแต่ละคนเป็นไปทำนองเดียวกัน จะแตกต่างก็ในเฉพาะความสามารถเฉพาะตัวและบุคลิกส่วนบุคคล บางนางดูเร่าร้อนจนน่ากลัว แต่ทว่าบางนางก็โยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะที่ทำให้หลายคนจะต้องใจละลาย เพราะช่างอ่อนช้อย งดงาม และเหนือสิ่งอื่นใดเย้ายวนเป็นที่สุด สำหรับผม นักเต้นบางคนก็ทำให้เพลิดเพลินไปได้บ้าง แต่บางคนก็แสดงออกในสภาพกึ่งน่ากลัว จนน่าสงสาวเสาเหล็กผู้จงรักภักดีที่จะต้องทนกับภาพข้างหน้าอย่างใกล้ชิดที่สุด

แลบบิชแตะไหล่เบาๆ ให้มองหัวกลับไปที่โต๊ะด้านหลัง หญิงสาวรูปงาม ผอมโปร่ง หน้าอกนูนใหญ่ กำลังเต้นแข่งกับนางระบำบนเวที เธอยืนขึ้นบนโต๊ะสูง ชายหน้าตาหิวโหยยืนอยู่รอบโต๊ะแหงนหน้าชมลีลาของเธอในระยะยิ่งกว่าริมเวที แลบบิชเอามือป้องปากเล่าให้ฟังย่อๆ ว่า นักเที่ยวกลุ่มนั้นจ่ายเงินให้เธอเป็นพิเศษเพื่อให้เธอได้เต้นให้ดูบนโต๊ะ และสามารถจับก้นสะโพกอันเต่งตึงนั้นได้ แต่เนื้อนูนส่วนบนนั้นเป็นที่ต้องห้าม นักเต้นบนโต๊ะนั้นสวยกว่านักเต้นบนเวทีมาก สายตาสนใจใคร่รู้ของผมจึงไม่หันกลับไปที่เวทีอีกแล้ว นางเต้นผิวแทน ก้นกลม หน้าหวานค่อยๆ เปลื้องบิกินีตัวเล็กจิ๋วออกไม่ผิดกับที่เห็นซ้ำๆ กันบนเวที ผมยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งนักเต้นบนโต๊ะ และชายกลุ่มนั้นที่ควักเงินจ่ายพิเศษให้เธอเต้น ใจคิดว่าสมแล้วกับเป็นสถานบันเทิงที่ผู้คนมาหาความสุข เพราะทุกคนมีความสุขกันจริงๆ

การแสดงบนเวทีหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นักเต้นคู่หนึ่งเต้นเสร็จครบเพลง นักเต้นคู่ใหม่ก็ขึ้นมาแสดงลวดลายต่อ คนไหนเต้นได้ถูกอกถูกใจคนดู เสียงกรีดร้องโฮ่ฮิ้วก็ดังลั่นตามไปด้วย สาวนักเต้นชาวบราซิลนั้นเต้นกันแบบสุดเหวี่ยง ผมไม่เคยเห็นใครที่อื่นใดเต้นได้รุนแรงปลุกเร้าอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้มาก่อน หนุ่มบราซิลลูกค้าผู้ภักดีก็ปลดปล่อยอารมณ์กันเต็มที่ เสื้อในตัวบิกินี่ทั้งท่อนบนท่อนล่างที่สาวบนเวทีโยนให้กับคนดูนั้นเหมือนนาฬิกาเรือนงามที่ผู้ชมชูมือรับ ผู้โชคดีคือผู้ที่จะได้เชยชมนาฬิกาเรือนนั้นอย่างใกล้ชิด ภายในระยะเวลาที่เจ้าของไร้อาภรณ์ใดๆ อยู่บนเวที เมื่อเพลงจบ ทุกคนก็ยินยอมคืนบิกินี่ตัวงามให้กับเจ้าของแต่โดยดี

แลบบิชหันมาป้องปากตะโกนแข่งกับเสียงเพลงแนะนำอีกกิจกรรมที่นิยมในสถานบันเทิงแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าผมเริ่มมีอาการง่วงหนาวหาวนอน แลบบิชบอกว่าด้วยเงินราว 40 ดอลล่าร์ นักเที่ยวสามารถจะให้สาวที่ได้เลือกเฟ้นแล้วมาเต้นให้ดูส่วนตัวในห้องเล็กๆ ที่มีไว้บริการในเวลา 15 นาที และแน่นอนเมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ก็สามารถจะ "ทำอะไรก็ได้" ตามแต่ผู้จ่ายเงินต้องการ แลบบิชเล่าต่อว่าเคยพาเพื่อนนักสำรวจปลาชาวไต้หวันมาเที่ยวและได้ทำกิจกรรมพิเศษนี้ ทุกคนกลับบ้านเกิดด้วยความยินดีปรีดา และประทับใจกับประสบการณ์ลับเฉพาะเช่นนี้มาก ผมฟังแล้วแล้วรู้สึกน่าสนใจ เวลานี้ผมตัวคนเดียวไม่ต้องมีใครให้ต้องคิดคำนึง การได้ทำอะไรแปลกใหม่ และทำอะไรที่เมื่อยังมีคู่ไม่สามารถทำได้ก็น่าจะดีไม่น้อย อีกใจหนึ่งผมคิดว่าผมทำตัวประชดชีวิตอยู่

สายตาสอดส่องไปทั่ว สาวบราซิลส่วนใหญ่แม้จะผิวพรรณดีเป็นสีแทนงาม แต่โดยมากมักจะตัวใหญ่เหมือนชาวฝรั่ง หน้าอกหน้าใจนั้นใหญ่จนเกินขนาดดูน่ากลัว ส่วนตัวนั้นก็เต็มไปด้วยเนื้อนวล ผมปรารถนาผู้ที่สูงโปร่ง หน้าอกไม่คับแน่น สะโพกสะพรั่ง และผิวแทนงาม แลบบิชหัวเราะชอบใจในความเรื่องมากและมากความ อันที่จริงผมอยากจะปฏิเสธประสบการณ์ใหม่นี้ต่างหาก เพราะดูน่ากลัวอย่างไรชอบกล

แลบบิชส่งลูกศิษย์ก้นกุฏิไปหาสาวผู้โชคดีตามคุณสมบัติมากเรื่องที่ผมว่าไว้ แคดดิชลูกศิษย์ออกตระเวนทั่วร้าน และกลับมามือเปล่า เขาทำมือคล้ายพยายามส่งภาษาให้รู้ว่า โอ้ย อย่างนี้จะหาได้ที่ไหน

ที่ปลายตา ผมเห็นสาวในฝันเดินผ่านไป ผมชี้ให้แลบบิชดู แลบบิชเรียกบริกรมาส่งภาษาโปรตุเกส บริกรหายไปสักพัก แล้วกลับมาคุยกับแลบบิชต่อ แลบบิชบอกว่าเธอต้องการ 50 ดอลล่าร์จะได้ไหม แลบบิชหันมาที่ผม ผมตอบว่าได้โดยไม่ลังเล

ณ ห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่สร้างขึ้นอย่าง่ายๆ มุมร้าน มีประตูไม้อัดเปิดไป ภายในเป็นผนังไม้อัด ด้านขวามีม้านั่งตัวอย่างรองดัวยเบาะหนังเทียมสีดำ อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมีอ่างล้างหน้า ที่มุมอีกมุมหนึ่งมีถังขยะใบใหญ่เต็มไปด้วยกระดาษทิชชู่ ถังขยะใบนี้ตั้งอยู่จนเกือบชนอ่างล้างหน้า นี่คือร่องรอยของการสารภาพบาปของคนก่อนหน้าหลายๆ คน ห้องเล็กห้องนี้เล็กมากจริงๆ คนเข้าไปอยู่ 2 คนก็ถือว่าแออัดมากแล้ว จนแทบจะไม่มีที่ให้กระดิกและอากาศหายใจ เสียงเพลงจากด้านนอกดังเข้ามายังด้านใน

ผมเหงื่อแตกซิก และหายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะ

ไม่ถึง 3 นาทีต่อมา ผมเดินออกจากห้องกลับไปยังโต๊ะที่แลบบิชและแคชดิชนั่งรออยู่ ทั้งสองคนมองดูผมด้วยความฉงน และถามว่าทำไมถึงออกมาเร็วนัก แลบบิชมีสีหน้าไม่พอใจ เรียกบริกรมาพบและทำท่าเหมือนคล้ายต่อว่าว่าสาวคนนั้นดูแลแขกของเขาอย่างไร ทำไมถึงออกมาเร็วนัก ผมสะกิดแลบบิชบอกว่าไม่เป็นไร ผมมีความสุข และสนุกกับประสบการณ์สั้นๆ เพียงชั่วอึดใจนั้นแล้ว ขออย่าได้เป็นห่วงเลย ผ่านไปเถอะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องด้วยมองดูนาฬิกา เข็มสั้นอยู่ที่ประมาณเลขเก้า เข็มยาวอยู่เลยเลขสิบสองมานิดหน่อย

ได้เวลาต้องไปสนามบินแล้ว เราสามคนเดินออกจากร้านด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความสุข คืนหฤหรรษ์เช่นนี้คงมีขึ้นไม่บ่อย และมีขึ้นไม่นาน ต่างคนต่างมีหน้าที่การงาน ชีวิตความรับผิดชอบ และอื่นๆ มากมายที่ต้องทำ น่าคิดว่าความบันเทิงเช่นนี้น่าจะเรียกว่าเป็นตัวทวีคูณกำลังใจอย่างหนึ่งให้กับชายทุกคนที่มาเที่ยว ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าคงจะได้รับการแปรเปลี่ยนเป็นความกระฉับกระเฉง ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็น่าจะคลายสภาพเป็นความสบายกายสบายใจ

แน่นอน ผมเดินออกซ่องเมืองมาเนาส์ด้วยความสุขและสบายตัว แต่ทว่า น่าเสียดายที่ความสุขนี้เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วคราวที่พอให้ใจเหงาๆ ในเวลานี้ได้ครื้นเครงขึ้นบ้างเท่านั้น หรือว่าชีวิตคนเราจะมีเพียงแค่นี้ ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่สลับกับความทุกข์ระทมอันยาวนานไม่จากไปไหน

ผมเข้าใจตัวเองดีว่าเหมือนจะรอคอยอะไรอยู่ ได้แต่เพียงหวังว่าความสุขที่แท้ที่เฝ้ารอคอยจะกลับมาและอยู่ไม่ไกล น่าเสียดายที่ผมคงจะไม่ใช่ผู้ลิขิตความสุขนั้นเอง คำตอบทั้งหมดคงอยู่ที่เธอผู้เดียว

4 Comments:

At 11:23 AM, Anonymous Anonymous said...

ตามอ่านมาตั้งนานน.....
ดันเข้าไปแค่ 3 นาที
เสียอารมณ์, ฮ่าฮ่า

สนุกดีว่ะ ตอนนี้

 
At 2:20 AM, Blogger Lex Luthor said...

รออ่านอีกนะ :D

 
At 11:42 PM, Blogger kasab71 said...

หายไปนานเลยนะ ยินดีต้อนรับกลับมาว่ะ

นึกว่าจะมาเขียนแนว เรท อาร์ ฮ่าๆๆๆ

อย่างไรก็สนุกกับชีวิตแบบเดิมว่ะ ดีแล้ว

อย่าคิดมาก

 
At 2:14 AM, Anonymous Anonymous said...

จริงเหรอวะที่เข้าไปสามนาที แล้วยอมเสียห้าสิบเหรียญ
ิอิอิ

 

Post a Comment

<< Home