สู้กับปลามังกร
ปลามังกรเงินอุ่นเตาไมโครเวฟจิ้มพริกน้ำมันแบบจีนฝีมือแลบบิชแกล้มกับผักสลัดในตู้เย็นเมื่อคืนปลุกให้ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เมื่อท้องไส้ปั่นป่วน ชาวฝรั่งมังค่ามีสำนวนว่าฝูงผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง แต่เช้านี้ ปลามังกรเงินอะแมซอนตัวเขื่องว่ายขลุกขลัก เอาหนวดจิ้มพุงเร่งรัดให้เด็กไทยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ดูเหมือนว่าตลอดคืนที่ผ่านมาปลามังกรเงินจะทำพิษ โมโหโกรธาที่ผมไปกินมันเข้า กินเฉยๆ ไม่ว่า ดันไปแอบสบถกับตัวเองว่าปลาอะไรก้างใหญ่ชะมัดยาดเสียด้วย
ตีสามกว่าๆ ผมกึ่งหลับกึ่งตื่นนั่งชักโครกปลุกปล้ำอยู่กับเจ้ามังกรเงินในห้องน้ำ ใจหนึ่งก็กล้าๆ กลัวๆ เพราะรู้ว่าที่รอยร้าวของปูนริมที่อาบน้ำนั้นมีครอบครัวแมลงสาบอยู่ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งเมื่อคืนก่อนนอนมีอันต้องขนลุกซ่าต้องจังหน้ากับแมงกระจั้วหัว
หน้าฝูงที่มาทักทายถึงที่ฝักบัว ไอ้ตัวผมเองไม่เคยกลัวสัตว์อะไรเลยก็ต้องมายอมสยบและจำนนให้กับเจ้าแมงสาบสัตว์ดึกดำบรรพ์ตัวกระจ้อยร่อยมาตั้งแต่เป็นเด็ก ชาตินี้คงไม่ถูกโฉลกกับมันจริงๆ กลัวที่สุดก็ตอนมันขยับปีกบินร่อนบินว่อนจะมาลงที่หัวและตัว การเดินทางครั้งนี้คงต้องบันทึกไว้ว่า แมงสาบที่ห้องน้ำบ้านแลบบิชเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่ไม่ใช่คนซึ่งมาต้อนรับคนต่างถิ่นแดนไกลเป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนจะมากเกินไปเสียหน่อย ไม่ต้องมาทำให้ขนลุกซ่าแบบนี้ก็ได้
วันนี้แลบบิชก็ตื่นเช้าเช่นกัน พอเจอหน้ากันที่หน้าห้องนอน เขาบอกว่าเราควรออกจากบ้านสักตีห้าครึ่งเพื่อไปที่ท่าเรือ หาเรือนั่งไปดูแม่น้ำสองสีกัน พอได้เวลาดี เราออกเดินทาง ท้องถนนในเมืองมาเนาส์ในเวลานี้เงียบเชียบ รถราบางตา ขับไปได้สักพักแลบบิชอุทานว่าลืมโทรศัพท์มือถือของจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เขาวกรถกลับบ้านซึ่งเป็นโชคดีให้โอกาสเข้าห้องน้ำปลุกปล้ำกับเจ้าปลามังกรเงินอีกสักรอบใหญ่ ออกจากห้องน้ำมา แลบบิชเตรียมยาแก้ท้องเสียขนานใหญ่ไว้ให้เสร็จสรรพ ผมไม่ปฏิเสธให้เสียน้ำใจโดยกลินลงคอโดยไม่รีรอ
ปลามังกรเงินในท้องถูกปราบจนราบคาบด้วยยาสลบขนานดี ประมาณเจ็ดโมงตรง เราก็มาถึงท่าเรือท้องถิ่นซึ่งเป็นที่จอดเรือโดยสารคนและเรือขนรถยนต์ข้ามฟาก ที่ท่าเรือมีตลาดปลาที่เพิ่งเริ่มเปิดขาย ปลาสดๆ หลายชนิดทั้งใหญ่และเล็กถูกนำออกจากกล่องโฟมใหญ่ที่เพิ่งเปลี่ยนมือมาจากชาวบ้านอาชีพจับปลามากองไว้บนแท่นขายของ ก่อนที่พ่อค้าจะแยกชนิดและจับเรียงให้ดูเป็นระเบียบง่ายต่อการเลือกซื้อ
ที่ตลาดปลาริมท่าเรือเช้านี้มีปลาหลายชนิดให้เห็นกว่าตลาดปลาใกล้วายเมื่อเย็นวานมาก ปลาอโรวาน่าหรือมังกรเงินที่ทำพิษเมื่อเช้ามีวางให้เห็นกันสลอน ปลาดุกอะแมซอนตัวเขื่องหลายตัววางอยู่ที่ริมด้านหนึ่งของแท่นขายของ ที่กองตรงกลางมีปลาตะเพียนอะแมซอนผสมรวมอยู่กับพีคอกบาส ปาคู และพิรันย่า แลบบิชชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของปลาพิรันย่าชนิดต่างๆ บางชนิดมีตัวเป็นสีดำ บางชนิดท้องเป็นสีแดง บางชนิดตัวเป็นจุดประเลื่อมสะท้อนแสงมันวาว ในลังโฟมมีหัวปลาช่อนยักษ์อะแมซอนหรืออะราไพม่าตัวใหญ่แน่นคับกล่องใส่ไว้กับน้ำแข็งที่ค่อยละลายเป็นน้ำหยดติ๋งๆ ลงสู่พิ้น เนื้อปลาคนขายแล่ไว้ให้เสร็จสรรพนำมากองไว้เป็นชิ้นโตๆ บนแท่นขายของ อวดความสดใหม่และเนื้อแน่นดียั่วยวนให้ผู้ที่มาเลือกซื้อจ่ายเงินนำกลับไปทำอาหารมื้อกลางวันกินที่บ้าน
พ่อค้าขายปลายังคงไว้ซึ่งรูปร่างและเครื่องแบบมาตรฐานไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เห็นเมื่อวันก่อนที่ตลาดสดในเมือง ชุดหนึ่งคือสวมเสื้อคลุมขาวคล้ายนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองแต่ไม่ติดกระดุมและไม่มีเสื้อยืดข้างใน อีกชุดหนึ่งคือไม่ใส่เสื้ออวดเนื้อเด้งและพุงป่องกลมให้เห็นกันชัดๆ พ่อค้าปลาบราซิลใจดีกับนักท่องเที่ยวช่างสงสัยอย่างผม จะขอถ่ายรูป หรือถามชื่อท้องถิ่นของปลาแต่ละชนิดด้วยภาษาโปรตุกีสกระท่อนกระแท่นก็ยินดีอนุญาตและตอบโดยไม่ถือสา
ใกล้ๆ กับตลาดขายปลามีร้านกาแฟอยู่ใกล้ๆ เมนูมีอะไรขายก็มิอาจจะแปลออกและรู้ได้ แต่ที่พอจะเดาก็คงมีลักษณะเหมือนกับที่บ้านเรา วัฒนธรรมร้านกาแฟเป็นส่วนสำคัญของชุมชนท้องถิ่น เป็นที่พบปะคุยเฟื่องเรื่องข่าวสารบ้านเมืองและความเป็นไปของกันและกัน เวลาเช้าๆ เห็นผู้คนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่เพิ่งออกจากแท่นพิมพ์สดๆ ร้อนๆ รายงานข่าวติดขอบสนามที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
แลบบิชพาผมไปที่ท่าเรือโดยสารเพื่อสอบถามเวลาออกเดินทางข้ามฝั่ง ได้ความว่าเรือเต็มเมื่อไรก็ออกเมื่อนั้น แต่ดูเหมือนว่าเราสองคนคงต้องรอเวลาอีกยาวไกล เพราะในขณะนั้นมีคนรอขึ้นเรืออยู่ไม่ถึงสิบคน และไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นและได้ออกจากฝั่งโดยเร็ว ที่ริมท่าเรือโดยสาร มีเพิงยกขึ้นเหนือน้ำมีทางเข้าบนฝั่งที่สูงชันขึ้นไป บนเพิงมีโต๊ะพูลสามสี่โต๊ะให้ผู้คนได้ผ่อนคลายจิตใจก่อนออกไปทำงานทั้งวัน ผู้คนในเพิงโต๊ะพูลนี้ดูบางตา คนเรือไม่มีอะไรทำก็ต้องเล่นพูล
ผมขอไปเดินเล่นแถวๆ ตลาดเพื่อจะได้ดื่มด่ำกับชีวิตคนแถวๆ นี้อีกสักครั้งหนึ่ง เรือขนรถยนต์ข้ามฟากบีบแตรดังหวูดๆ พร้อมที่ออกเดินทาง แลบบิชเข้าไปเจรจาขอติดไปด้วยเพราะเรือลำใหญ่ มองจากเรือใหญ่อาจจะเห็นจุดที่แม่น้ำสองสีไหลมาบรรจบกันน่าเสียดายที่เขาไม่ให้คนที่ไม่ได้เอารถขึ้นมาด้วยขึ้น เราจึงต้องเวลาคนเต็มจริงๆ ที่ท่าเรือโดยสารซึ่งอยู่ติดกัน
ถึงเวลาที่คนไทยเคารพธงชาติรอบเช้า ผู้คนที่ท่าเรือเริ่มหนาตา ความเย็นจากไอน้ำค้างเริ่มระเหยหายด้วยไอร้อนจากแสงแดดสักพักเราขึ้นเรือ และถึงเวลาออกเดินทาง ผมแอบหลับระหว่างเรือวิ่งราวครึ่งชั่วโมงคงเพราะฤทธิ์ยาและความเหน็ดเหนื่อยกับการปลุกปล้ำกับเจ้ามังกรเงินเมื่อเช้าที่เพิ่งผ่านมานี้
เรือแล่นช้าๆ จากแม่น้ำนีโกรซึ่งเป็นสีดำสนิทสู่จุดบรรจบกันของแม่น้ำโซลิมอสซึ่งเป็นสีขาวขุ่น สายน้ำจากแม่น้ำทั้งสองสายมีสีและอุณหภูมิแตกต่างกันมากจึงไม่มารวมกันในทันที ไหลยาวคู่เคียงกันเป็นกิโลเมตรจนในที่สุดก็หลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันที่แม่น้ำอะแมซอนอันเลื่องชื่อ
สายน้ำอะแมซอนไหลลดคดเคี้ยวไปมาเป็นระยะทางกว่า 2,400 ไมล์ให้ความชุ่มชื้นกับผืนป่าก่อนที่ละไหลลงทะเลแอตแลนติกในน้ำมีเหล่าฝูงปลามากมาย หลายชนิดมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับที่เห็นวางเรียงรายขายอยู่ที่ตลาดเมื่อแต่กี้นี้ ผมกำลังอยู่บนเรือที่ลอยอยู่เหนือน้ำ เหนือฝูงปลาแห่งลุ่มน้ำอะแมซอนอันยิ่งใหญ่ ถึงเวลานี้ใจสั่งให้หยิกตัวเองเบาๆ แล้วถามตัวเองว่านี่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่

0 Comments:
Post a Comment
<< Home