Wednesday, April 19, 2006

ดำน้ำดูปลา

 
ในความความเงียบกริบได้ยินแต่เพียงเสียงหายใจตัวเอง และความเย็นสดชื่อจากมวลน้ำสีดำใสที่โอบล้อมรอบกาย ปลาตัวน้อยที่แหวกว่ายไปมาอยู่ด้านหน้าทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นอยู่มานับแรมเดือนเป็นสุขไม่น้อย เวลาแห่งความเศร้าถูกหยุดพักไว้ชั่วขณะ จิตที่เคยตกต่ำถูกยกให้เข้าสู่สมาธิอันสงบและแน่วแน่ ชีวิตคนเมืองอันรีบร้อนถูกทิ้งไว้เป็นอดีตชั่วคราว เสียงรถราแตรบีบดังโหวกโหวก รวมทั้งเสียงแสบหูของรถไฟใต้ดินวิ่งผ่านรางที่ได้ยินค้างหูมาตลอดเกือบสองปีในมหานครนิวยอร์กหายไปจนผิดสังเกต ตอนนี้ผมแหวกว่ายอยู่กับฝูงปลาน้อยใต้ผืนน้ำกลางป่าอะแมซอนอันกว้างใหญ่

กิจกรรมหลักระหว่างอยู่ในป่าอะแมซอนตลอดสามวันสองคืนนั้นหมดไปกับการดำน้ำดูปลาเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้วยจะต้องเดินทางไกลและความสนใจที่จะจับปลามาเลี้ยงมีน้อยลง ความต้องการที่จะช้อนจับปลาและเอากลับมาบ้านเหมือนนักเลี้ยงปลาหลายๆ คนที่เคยมาเยี่ยมเยือนปลาป่าอะแมซอนนั้นจึงแทบไม่มีเหลืออยู่เลย ทุกวันที่คลิวเดอร์ขับเรือเล็กทวนขึ้นไปตามอิกรัปเป้ ผมเหมือนคนกระหายอยากสัมผัสสายน้ำอันเย็นฉ่ำคล้ายคนเหือดแห้งจากความชุ่มชื้นมานาน เมื่อเรือจอด ผมคาดแว่นตากันน้ำที่หัว งับท่อหายใจเข้าปาก ก้าวลงจากเรือ และค่อยน้อมตัวลงจนหัวมิดน้ำให้บางเบาที่สุด เพราะกลัวว่าจะทำให้ปลาน้อยตื่นตระหนกตกใจ

แว่นตากันน้ำและท่อหายใจเปิดโอกาสให้ได้เข้าไปเยี่ยมชมสัมผัสอีกโลกหนึ่งที่แม้ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็เป็นโลกที่มหัศจรรย์พอที่จะลุ่มหลงเข้าไปได้ง่ายๆ ผมค่อยเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ เรี่ยไปกับท้องน้ำที่มีระดับสูงเพียงครึ่งแข้ง โดยส่งแรงจากแขนสองข้างลงไปที่ปลายนิ้วมิอที่วางแนบอยู่กับพื้น การขยับตัวเพียงนิดก็ทำให้น้ำที่ใสแน๋วขุ่นมัวไปด้วยเศษดินตะกอนที่ลอยฟุ้งขึ้นมาได้แล้ว ขณะดำน้ำดูปลาเล็กใต้ท้องน้ำนีโกรจึงเป็นเวลาที่เดินไปข้างหน้าอย่างระแวดระวังเกือบที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต คล้ายกลัวว่าเศษละอองฝุ่นผงจะทำให้เราต้องจากกัน จากกันไปด้วยเหตุที่ไม่น่าจะเกิด

สภาพป่าน้ำท่วมที่ปลาน้อยเหล่านี้อาศัยอยู่นั้นรกครึ้มจากเงาไม้ใหญ่ ที่พื้นน้ำมีใบไม้รกร่วงหล่นมาจากด้านบน เหตุนี้เองน้ำในริโอนีโกรจึงมีสีดำคล้ายชาเข้มจัด สายฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้าไหลผ่านผืนดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง สารสีเข้มอย่างแทนนินเปลี่ยนน้ำใสให้เป็นน้ำชา และลดค่าความเป็นกรดด่างให้อยู่ที่ฟากฝั่งของความเป็นกรด คนไทยเรียกน้ำที่มีความเป็นกรดสูงอย่างนี้ว่าน้ำเปรี้ยว แต่ถ้าคุยกับคนท้องถิ่นแล้วคงบอกว่าน้ำสีชาดำในแม่น้ำนีโกรนั้นมีความหวานปะแล่มๆ เสียมากกว่าเปรี้ยว แลบบิชเพือนรุ่นใหญ่นักมีนวิทยาที่มาเนาส์บอกว่าน้ำในรีโอนีโกรคงเป็นน้ำที่สะอาดที่สุดสามารถใช้ดิ่มกินได้ทันทีที่เดียวในโลก ค่าความเป็นกรดอ่อนๆ ทำให้เชื้อโรคบางชนิดไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ อีกน้ำในบริเวณนี้นั้นยังไม่มีแร่ธาตุใดๆ เพราะผืนดินในบริเวณนี้มีแต่เม็ดละเอียดของทรายขาว จึงไม่เป็นอันตรายต่อระบบปัสสาวะ

นับได้สามครั้งที่ภาพติดตาของการดำน้ำดูเหล่าปลาน้อยยังฝังจิตประทับใจ ครั้งแรกเป็นการว่ายตามฝูงปลาคาร์ดินัลที่ออกมาต้อนรับตั้งแต่บ่ายแรกที่หย่อนตัวลงสายน้ำดำของรีโอนีโกร ครั้งที่สองเป็นการเฝ้าดูฝูงปลาหมอแคระลายตารางที่อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ส่วนครั้งที่สามนั้นเป็นการลอยตัวเบาบนผิวน้ำ ให้ความแรงของกระแสน้ำพัดล่องลอยไปตามลำคลองอย่างไม่มีจุดหมาย ความเงียบสงบเย็นสบายจากที่กายและใจได้สัมผัสกับสายน้ำเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่ไม่วันลืม อย่างน้อยในช่วงเวลาสองสามวันของชีวิตนี้ ผมได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมเยียนปลาเล็กปลาน้อยรูปร่างสีสันสวยงามจัดจ้านในลุ่มน้ำอะแมซอน หลายชนิดเป็นปลาเลี้ยงที่เคยมีไว้ในครอบครอง แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเห็นตัวจริงๆ ในธรรมชาติ จิตใจในเวลานั้นจึงพองโตไปด้วยอิ่มเอิบเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ เข้าใจแล้วว่าความตื่นเต้นจนหายใจไม่เป็นจังหวะนั้นเป็นเช่นไร

ความประทับใจครั้งแรกออกมาเยี่ยมเยื้อเมื่อแรกถึง ใต้เงาครึ้มกลางป่า ปลาคาร์ดินัลสีสันสดใสว่ายเป็นฝูงสามารถมองเห็นได้ชัดจากด้านบน แม้การเขยื้อนตัวไปข้างหน้าแม้เพียงขยับปลายนิ้วจะทำให้น้ำขุ่นมัวจนมาเบียดบังภาพที่เห็นอยู่ด้านหน้า แต่ก็ไม่เกินเลยที่จะบอกว่านี่คือหนึ่งในภาพที่สวยที่สุดที่เคยเห็นมาด้วยตาตัวเอง ฝูงปลาคาร์ดินัลแถบแดงจัดคาดยาวตลอดท้องตามลำตัวตัดกับแถบสีน้ำเงินจ้าน้ำสีชาเข้มยิ่งสร้างบรรยากาศขับสีสันสวยงามของตัวปลาให้ออกมาชัดเจน ส่วนกอหญ้าปริ่มน้ำก็ช่างเป็นพื้นหลังที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ฝูงปลาคาร์ดินัลไม่ว่ายไปไหนไกล เพืยงแต่เคลื่อนตัวไปทางนู้นแล้วกลับมาทางนี้ดูสง่างาม ผิดจากปลาซิวอะแมซอนชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันมักจะว่ายไปมาด้วยความลุกลี้ลุกลน

ผมสงสัยว่าสีสันอันจัดจ้านของปลาคาร์ดินัลที่สามารถมองเห็นได้จากด้านบนนั้นน่าจะนำภัยมาให้กับตัวมันเอง เป็นเป้าหมายของปลากินเนื้อชนิดอื่นๆ หรือเหล่านกกาที่หาจิกกินปลาน้อยอยู่ตามริมตลิ่ง กลับไปมาเนาส์ก็ได้คตำตอบจากแลบบิชว่า สีสันที่ผิดสังเกตของมันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนอันตรายว่าตัวมันนั้นมีพิษก็เป็นได้ จริงอย่างที่แลบบิชว่า ในธรรมชาติสีสันสดใสคือภัยร้ายที่อาจคร่าชีวิตได้ ดูอย่างกบตัวจิ๋วสีสันสวยสดจากป่าอเมริกาใต้ที่คนป่านำเอาพิษมาอาบปลายลูกดอก กบที่ว่านี้มีสีสันสวยงามจนน่าผิดสังเกต หากสัตว์ตัวไหนเผลอกินเข้าไป มันก็จะคายพิษร้ายที่อยู่ตามลำผิวหนังรอบลำตัวออกมาจนสัตว์ตัวนั้นต้องเจ็บปวดทุรนทุราย เป็นบทเรียนสอนให้จำว่ากินไม่ได้สำหรับครั้งต่อไป

ครั้งต่อมาที่สุดทางของอิกรัปเป้หนึ่งในวันเดียวกัน ผมก้มหน้าน้ำจนมิดหัวลงไปเยี่ยมเยียนฝูงปลาหมอแคระลายตารางนับสิบตัวที่ว่ายไปมาไม่คลาดจากกันอยู่รอบๆ กองไม้แห้งจมอยู่ใต้น้ำ ปลาหมอแคระลายตารางนี้จะอยู่กับเป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีตัวเมียหลายตัว นำโดยตัวผู้ใหญ่สุดหนึ่งหรือสองสามตัว ปลาหมอแคระลายตารางตัวผู้มักมีสีสันสดใส ลำตัวเป็นสีดำขาวลายตารางสมชื่อ ที่เหงือกมีสีแดงตัดกับสีเงินสะท้อนเงาวับกับแสงจ้าจากด้านบน ครีบที่ปลายหางยื่นยาวพลิ้วไหวออกไป ส่วนตัวเมียนั้นมีลายลำตัวและสีของเหงือกคล้ายกัน แต่ลักษณะลำตัวป้อมและสั้นกว่า สวยแบบสาวงามที่ไม่ชอบแต่งตัว น่าอิจฉาเหล่าปลาตัวผู้ในฝูงคงไม่เคยรู้สึกเหงา เพราะมีเหล่าปลาตัวเมียขี้เอาใจเฝ้าปลอบโยนตลอดเวลา ว่ายไปทางนี้ทีก็ขนาบข้างด้วยปลาสาวอวบอัด ว่ายไปทางโน้นทีก็มีปลาสาวอีกสามสี่ตัวให้คุยด้วยเป็นเพื่อนระหว่างเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันก็คงเป็นปลาที่มีความรับผิดชอบมากไม่ใช่น้อย เพราะต้องระวังภัยให้กับปลาสาวและลูกน้อยอีกนับสิบตัว ความเป็นผู้นำมักแม้มากับสุข แต่ก็พ่วงเอาความรับผิดชอบไว้ด้วยเสมอ

ส่วนความประทับใจครั้งสุดท้ายนั้นเกิดขึ้นในเช้าวันสุดท้ายระหว่างเดินทางกลับเมืองบาเซลอส คลิวเดอร์พาแวะที่อิกรัปเป้เดอลากัว ซึ่งเป็นชื่อใช้เรียกอีกกลุ่มลำธารหนึ่งที่อยู่ใกล้บาเซลอสไปทางตะวันตกที่สุด ทีแรกใจนึกอยากถึงบาเซลอสเต็มทน เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการลุยป่ามาตลอดสองวันที่ผ่านมา แต่ก็ไม่อยากขัดความหวังดีของคลิวเดอร์ และไม่รู้ว่ากลับไปบาเซลอสแล้วจะไปทำอะไรอยู่ทั้งวัน เพราะตอนนั้นยังเป็นเวลาเช้าอยู่ จึงไม่ได้เอ่ยปากบ่นอะไร ใครจะพาไปไหนก็ไปด้วยแล้วกัน ต้นน้ำของอิกริปเป้นี้อยู่ห่างออกไป ต้องหันหัวเรือมุ่งหน้าทวนน้ำขึ้นไปตามลำคลองเล็กๆ ไกลพอสมควร รอแล้วรออีก ก็ไม่ถึงพื้นที่ต้นน้ำที่มักมีความลึกไม่มาก เหมาะสำหรับจุ่มหัวดำดูปลาเล็ก

แสงแดดยามเช้าแม้สดใสแต่ร้อนแรง ส่วนจิตใจก็ร้อนลนรอคอยอยากถึงที่หมายดูปลาทำให้อยากกระโดดลงน้ำโดยเร็วไว สักพักคลิวเดอร์เริ่มเบาเครื่องเป็นระยะ มองออกไปจากเรือเล็ก เห็นสาหร่ายสีเขียวหม่นคล้ายสาหร่ายหางกระรอกที่เห็นได้ที่เมืองไทยลอยพริ้วไสวไปกับกระแสน้ำสู้กับแสงอาทิตย์ที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในการสังเคราะห์แสงของพืช น้ำสีเข้มคงไม่ปล่อยให้แสงแดดผ่านทะลุลงไปง่ายๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ค่อยเห็นต้นไม้ใต้น้ำในลุ่มน้ำรีโอนีโกรเสียเท่าไร ที่ใต้น้ำมักเป็นแต่ซากตอไม้ และต้นไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำ มากไปกว่าเหล่าสาหร่ายและต้นไม้น้ำนานาชนิด สาหร่ายพลิ้วที่อิกรัปเป้ที่เห็นอยู่รอบตัวจึงทำให้เช้าที่เหน็ดเหนื่อยสดใสขึ้นมาอย่างกระทันหัน

เวลาผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่ถึงจุดหมายที่คลิวเดอร์ตั้งใจไว้สักที แต่ตอนนี้เรือเล็กคู่ใจของเราลอยลำมาถึงคุ้งน้ำกว้างใหญ่ เห็นแล้วคล้ายทะเลสาบขนาดย่อมๆ มีสาหร่ายขึ้นอยู่แน่นเต็มบริเวณจนไม่เหลือให้เห็นพื้นน้ำ ผมบอกคลิวเดอร์ว่าอยากจะลงน้ำเต็มแก่และขอดำน้ำดูหน่อยเถิดว่าจะมีอะไรในกอสาหร่ายเหล่านี้บ้าง สภาพแวดล้อมอันดูน่าปลอดภัยสำหรับปลาน้อยเช่นนี้ คงมีเหล่าฝูงปลาแหวกว่ายไปมาระหว่างกอสาหร่ายอยู่บ้าง ผมเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น ถอดเสื้อ สวมหน้ากากและท่อใจ และไม่รีรอกระโดนลงไประหว่างกอสาหร่ายที่ดูลึกลับ ทันที่ที่ตัวกระทบน้ำ เหล่ากอสาหร่ายก็ลอยเข้ามากระทบตัวรู้สึกคล้ายมีมือหลายพันหมื่นมาจั๊กจี้ทุกส่วนของลำตัวที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าห่อคลุม ใต้น้ำมีฝูงปลาซิวอะแมซอนหลายชนิดไว้ไปเป็นฝูง ถัดออกไปใกล้ตลิ่งตามตอไม้แห้ง มีฝูงปลาหมอแคระ ปลาซิวตัวใหญ่ และปลารูปร่างยาวแปลกตาว่ายผ่านไปเป็นระยะ บางครั้งก็มีปลาใหญ่ขนาดเท่าปลาช่อนตัวเขื่องว่ายผ่านไปให้ตกใจเล่นบ้าง

บรรยากาศสงบเงียบใต้น้ำกับหมู่ปลาและสาหร่ายเขียวในวันสุดท้ายนี้ช่างเป็นยาบำบัดจิตใจอันเศร้าสร้อยได้ดี ผมปล่อยตัวและปล่อยใจให้ไหลไปตามกระแสน้ำ คลิวเดอร์นั่งอยู่บนเรือปล่อยให้เรือไหลแล่นไปตามกระแสน้ำเช่นเดียวกับผม บางที การปล่อยให้การเกิดดับของเหตุการณ์ต่างๆ อยู่นอกความควบคุมของตัวเองนั้นทำให้คลายทุกข์ คนเรานั้นไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ ผมได้เรียนรู้ว่าการปล่อยให้สถานการณ์พาไปนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตลอดเวลาใต้น้ำข้างหน้านั้น ช่างเป็นภาพที่สวยงามและสดใสอย่างไม่น่าเชื่อ  Posted by Picasa

1 Comments:

At 1:09 AM, Anonymous Anonymous said...

ลองจินตนาการตามไปด้วยขณะที่อ่าน รู้สึกชุ่มชื้นเหมือนได้ดำน้ำแล้วเห็นปลาใหญน้อยว่ายผ่านหน้าไปจริงๆ

แต่มีข้อข้องใจว่า

ธรรมชาติของฝูงปลาในแม่น้ำอะเมซอนจะอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งในบริเวณเดิม หรือว่ายไปเรื่อยๆ

แล้วปลาพิรันย่าอยู่ในเขตน้ำลึก หรืออยู่ใกล้ตลิ่ง หรืออยู่ได้ทุกระดับความลึกของน้ำ

สรุปแล้วจะถามว่า ขณะที่ดำน้ำดูปลา ไม่กลัวว่าวิญญาณพิรันย่าที่กินเข้าไปจะให้พรรคพวกตามมาเล่นงานเหรอ..55

ขอคารวะความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์หนึ่งจอก หวังว่าคงมีเรื่องดีๆมาให้อ่านอย่างสม่ำเสมอนะครับ

 

Post a Comment

<< Home