ตกปลาพิรันย่า
บ่ายแก่ๆ พระอาทิตย์คล้อยใกล้ลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายของวันกำลังจะหมดไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เย็นวันแรกกลางป่าอะแมซอน ผมถามหาอยากกินปลา คลิวเดอร์สนองความอยากด้วยการพาไปตกปลาพิรันย่า ปลาที่มีเสียงเล่าอ้างว่าโหดร้าย มีฟันคมแหลมกรีบ ปลาทั้งฝูงรุมกินเหยื่อให้หมดเหลือแต่กระดูกได้ในเวลาชั่วพริบตา
ห่างออกไปราวสิบห้านาทีโดยเรือเหล็กเครื่องยนต์หลังลำเดิม คลิวเดอร์พุ่งหัวเรือเข้าจอดที่ยอดต้นไม้ที่จมน้ำอยุ่เกือบมิดริมคุ้งน้ำ กระแสน้ำไม่แรง พอที่จะหยุดเรือไว้เฉยๆ โดยไม่ไหลไปไหนได้ แฟรงกิมาร์พร้อมน้องชายคนเล็กทั้งสองคนมาด้วยเป็นเพื่อน พี่ชายคนโตจัดการแล่เนื้อปลาพิรันย่าที่เพิ่งตกได้แถวบ้าน พร้อมแจกจ่ายให้ทุกคนเกี่ยวที่ปลายตะขอ แล่เนื้อปลาที่ลำตัวทั้งสองข้างเสร็จ ก็เอาเศษเนื้อที่เหลืออยู่ติดก้างกระดูกผูกมัดที่ปลายหาง แล้วแขวนลงไปในน้ำ หมายเหมาะว่าจะส่งกลิ่นเย้ายวนฝูงพิรันย่าให้วนเวียนมาใกล้ๆ เรือ
อุปกรณ์ตกปลานั้นง่ายๆ ไม่มีคันเบ็ดให้รกรุงรังและเกินความจำเป็น ที่ปลายด้านหนึ่งเส้นเอ็นใสในม้วนกลมถูกนำมามัดเกี่ยวกับตะขอขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ถัดขึ้นมามีตะกั่วถ่วงให้เหยื่อจม เมื่อพร้อมก็เกี่ยวเนื้อปลาสดให้ดี แล้วเขวี้ยงออกไปที่กลางแม่น้ำ ปล่อยให้เหยื่อที่ปลายตะขอค่อยจมดิ่งลงไปในน้ำ สักพักค่อยใช้มือสาวให้สายเอ็นกลับมาที่เรือ เมื่อรู้สึกที่ปลายมีปลามาตอดกัด จึงกระตุกมั่นหมายให้ตะขอเกี่ยวปากปลาตัวนั้น หากโชคดี ก็จะได้ปลาตัวเขื่องมากินเป็นอาหารเย็นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว
ผมไม่ถนัดกับการตกปลา เพราะรู้สึกไม่ชอบตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าเคยไปตกปลากับลูกพี่ลูกน้องที่บ้านคุณย่าที่บางปะกง เห็นพี่ตกปลาได้มากหลายตัวจนรู้สึกว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ตัวเองวิ่งแจ้นร้องไห้กลับมาฟ้องพ่อ คราวนี้ผมจึงขอเป็นผู้สังเกตการณ์ในทีแรก ปล่อยให้แฟรงกิมาร์และน้องๆ รวมทั้งคลิวเดอร์ตกไปก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้าที่มากลัวไม่ใช่เรื่องกับการตกปลา และเสียน้ำใจที่เจ้าบ้านอุตส่าห์เอาใจพามาตกพิรันย่า ผมจึงโยนเบ็ดออกไปอย่างชุ่ยๆ และปล่อยให้จมดิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ได้รอเวลากระตุกให้ปลาติดเบ็ดอย่างคนอื่น
ไม่ถึงสิบนาทีดี ปลาสำหรับอาหารเย็นตัวแรกก็มาติดเบ็ดของแฟรงกิมาร์ คลิวเดอร์ใช้คีมเหล็กคีบตะขอออกจากปากปลา เขาคงกลัวว่าฟันอันแหลมคมของมันอาจจะพลาดมาโดนมือ ปลาพิรันย่ายิงฟันให้เห็นชัดเป็นซี่ๆ คล้ายปลาฉลามชัดเจน ไม่แปลกเลยกับคำเล่าลือที่ว่าพิรันย่าสามารถจิกกัดเนื้อสดให้หมดได้ในเวลาอันรวดเร็วชั่วพริบตา ฟันอันคมกริบคล้ายมีดนี่เองที่ใช้เฉือนให้เนื้อขาดออกเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนเข้าท้องเป็นอาหาร
สักพักที่ปลายเบ็ดของคลิวเดอร์ก็มีปลาพิรันย่าอีกตัวมาติดเบ็ด คราวนี้ใหญ่กว่าตัวที่แฟรงกิมาร์ตกได้เมื่อตะกี้นี้ กลิ่นโชยเนื้อสดจากซากปลา และปลายเบ็ดคงชักชวนพิรันย่าฝุงใหญ่ให้มาใกล้ๆ หมายจะมากินอาหารอันโอชะ ไม่ทันได้ลากเบ็ดกลับเข้าเรือ เสียงตะโกนจากน้องชายคนกลางของแฟรงกิมาร์ก็เป็นสัญญาณให้รู้ว่าปลาก็มาติดเบ็ดของเขาเหมือนกัน คราวนี้มีปลาพิรันย่ามาติดเบ็ดของแต่ละคนเต็มไปหมด น้องชายคนเล็กร้องด้วยความเสียดายว่าเบ็ดของเขาถูกปลาตอดเหยื่อเอาไปหมดเหลือไว้เพียงตะขอเปล่าๆ
ผมลากเบ็ดของผมกลับเขาเรือหวังว่าจะได้ปลากับเขาบ้าง เวลานี้ความรู้สึกกลัวการตกปลาที่ฝังมาตั้งแต่เด็กเริ่มหายไป หลังจากให้เหตุผลตัวเองว่าไม่ได้ตกปลามาเล่นๆ เราตกมากินและตกเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เบ็ดเข้ามาที่เรือใกล้ขึ้นทุกทีทุกที ที่ปลายมือรู้สึกว่ามีอะไรมาติดเบ็ดแล้วคราวนี้ แรงสบายๆ ที่ใช้ลากเส้นเอ็นกลายเป็นแรงรั้งไม่ให้เบ็ดเล็กๆ เบาๆ กลับเข้ามาหาตัว ในใจผมคิดว่าจะได้พิรันย่าตัวใหญ่กว่าที่ทุกคนตกได้หรือไม่ คิดเพลินจนรู้สึกได้ว่าคงต้องใช้ความตั้งใจและมีสมาธิกับการลากเบ็ดให้กลับเข้ามาแล้ว เพราะดูเหมือนว่าผมจะได้ปลาตัวใหญ่ที่ใช้เพียงแรงจากหนึ่งแขนไม่พอ
สองแขนแล้วผมก็ยังดึงเบ็ดไม่ขึ้น จนชัดสงสัยว่าปลาอะไรตัวใหญ่ชะมัดยาดลากเท่าไรก็ไม่ขยับสักที ลองยื้อเย่ออยู่สักพัก ใจที่ล่องลอยนึกถึงปลาตัวใหญ่ที่ปลายเบ็ดก็ถูกเย่อยื้อให้กลับมานึกดีๆ บัดโธ่ ปลากิ่งไม้นี่เองที่เกี่ยวตะขอเบ็ดไว้ไม่ให้ไปไหน
กู้เบ็ดที่ติดอยู่ที่กิ่งไม้ใต้น้ำได้ ผมลองใหม่ คราวนี้เกี่ยวเบ็ดด้วยเนื้อปลาที่แฟรงกิมาร์ส่งมาให้ ขว้างออกไปได้ไกลถึงกลางแม่น้ำ ปล่อยให้เหยื่อจมสักพัก แล้วค่อยๆ สาวสายเอ็นเข้ามา ที่มือเริ่มรู้สึกได้ถึงแรงสั่นที่ปลายอีกข้างหนึ่ง ใช่แน่ปลากำลังมาตอดเหยื่อที่ผมเกี่ยวไว้ ลากต่อมาสักพัก พอรู้สึกได้ว่าปลาเข้ามาตอดเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้สัมผัสได้ว่าแรงกว่าครั้งก่อนมาก ผมจึงกระตุกเส้นเอ็นเข้าให้แรง กระตุกเสร็จ รุ้สึกได้ว่ามีปลาติดอยู่ที่ปลายอีกข้างหนึ่งแล้ว ในที่สุดผมก็ตกพิรันย่าได้กับเขาได้ ไม่ต้องขายหน้าใคร
ตอนนี้มีน้องชายคนเล็กของแฟรงกิมาร์คนเดียวที่ยังตกปลาไม่ได้สักตัว ผมค่อยๆ สานเบ็ดกลับมาที่เรือ เมื่อมาใกล้ก็รู้ว่าปลาที่มาติดเบ็ดนั้นเป็นพิรันย่าตัวเล็กไปหน่อย คลิวเดอร์เห็นส่งภาษามือเป็นนัยว่าคงไม่เหมาะที่จะเอาไปแกงกิน ให้แฟรงกิมาร์ไปแล่เป็นเหยื่อยดีกว่า ตอนนี้ เนื้อปลาที่เตรียมมาจากบ้านเริ่มร่อยหรอจนเกือบหมดแล้ว
ผมเริ่มสังเกตได้ว่า การเกี่ยวเนื้อปลาที่ปลายตะขอนั้นสำคัญที่สุดว่าจะได้ปลามากินเป็นอาหาร หรือให้เหยื่อเป็นอาหารปลา เวลาเกี่ยวต้องเกี่ยวให้มิดชิดมองไม่เห็นตะขอเงิน และพยายามให้มีเศษเนื้อห้อยออกมาจากปลายตะขอน้อยที่สุด มิเช่นนั้นแล้ว พิรันย่าก็จะเข้ามาเพียงตอดจนเหลือแต่ตะขอเปล่าๆ
ตกได้ตัวหนึ่ง เกี่ยวเหยือที่ตะขอแล้วโยนออกไปใหม่ คราวนี้ไม่ถึงชั่วอึดใจก็ได้ปลามาติดเบ็ดแล้ว อะไรมันจะง่ายถึงเพียงนี้
ตกไปตกมา ผมตกได้ทั้งหมดสามตัว พอได้มาแล้วก็เริ่มหมดสนุก เหมือนได้ทำอะไรสำเร็จไปแล้วอีกหนึ่งอย่าง ฝรั่งมีคำพูดบอกว่าคนเรานั้นชอบเอาชนะ พอได้ไปที่ไหน ได้ทำอะไรแล้ว ก็เหมือนได้เติมเต็มความต้องการของตัวเอง จะมาให้ทำอีกครั้งก็ไม่สนุกน่าสนใจเหมือนเดิม เวลานี้ ดูเหมือนว่าความรู้สึกจะเข้าข่ายนี้จริงๆ ผมได้ตกพิรันย่า และตกได้สมใจ
ท้องฟ้าเริ่มหมองครึ้มบอกเวลาโพล้เพล้ พระอาทิตย์จวนลับขอบฟ้าเป็นสีแดงจัด ฝูงนกแก้วมาคอว์บินกลับรังร้องแก๊กๆ เป็นคู่ สายน้ำสีดำจัดของแม่น้ำนีโกรสะท้อนแสงสุดท้ายของวันเป็นประกายยิบยับ เราตกปลาพิรันย่าได้พอสำหรับมื้อเย็น คลิวเดอร์ติดเครื่องและมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านกลางป่า ผมเหน็ดเหนื่อยกับการดูปลามาทั้งวัน ส่วนท้องไส้ก็หิวโซ พร้อมแล้วสำหรับพิรันย่าสำหรับอาหารมื้อเย็นของวันนี้

3 Comments:
สงกรานต์ปีนี้ อากาศเมืองไทยยังคงร้อนเป็นปรกติ เราห่างหายจากการท่องเที่ยวหรือแม้แต่พักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลนี้มาสองปี เป็นสองปีที่เราต้องสูญเสียญาติสนิท ปีละคน สองปีก่อนคือปู่ ปีที่แล้วคือลุง
บรรยากาศสงกรานต์ในโรงพยาบาลไม่เคยชุ่มฉ่ำ ความหวังแห่งการมีชีวิตอยู่ของบุคคลอันเป็นที่รักค่อยๆเหือดแห้ง และหมดลงพร้อมสัญญาณสิ้นสุดการทำงานของคลื่นหัวใจ
การสูญเสีย...เจ็บปวดและหยั่งรากลึกในความรู้สึก อาจไม่แสดงตัวอย่างเปิดเผย แต่ไม่เคยจากเราไปไหน
เป็นมิตรแท้ที่นำความเข้มแข็งกลับมาสู่เรา เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมา ความคิดที่เคยลอยคว้างของเรา ค่อยๆตกตะกอนและกระจ่างชัดยิ่งขึ้น
ได้รู้ว่าสิ่งสำคัญ คือ ครอบครัว เราจึงไม่ค่อยชอบจากบ้านไปไหน ไกลๆ..นานๆ อาจไม่น่าตื่นเต้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต เราไม่จำเป็นต้องออกเดินทางตามหาความสุขในดินแดนห่างไกล เพื่อกลับมาแล้วพบว่ามันรอเราอยู่ที่ "บ้าน"
เราชอบท่องเที่ยวไปในโลกของตัวหนังสือ และได้ค้นพบเรื่องราวการเดินทางที่ไม่ธรรมดา แต่สุดแสนจะธรรมดาของอาทิตย์ ผ่านผู้จัดการ และติดตามมาถึงที่นี่
เรื่องเล่าผ่านตัวหนังสือของอาทิตย์อาจไม่สนุกไปซะทุกเรื่อง(ยอมรับเถอะน่า) แต่ก็มีเสน่ห์ในมุมมองที่แตกต่าง
เรารู้จักอาทิตย์ในนามของtihtraมาสักระยะ และพบว่าเป็นbloggerที่ขยันคนหนึ่ง ช่วงนี้คงขยันมากเป็นพิเศษเลยupวันละเรื่อง แต่blogดูเหงาๆ ก็เลยเข้ามาเยี่ยม และอวยพรปีใหม่ไทยให้อาทิตย์มีแรงกายแรงใจที่แข็งแกร่ง ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการท่องโลกเพื่อหาอาหารสมองมาย่อยสู่กันอ่าน เดินทางปลอดภัยนะครับ
อร่อยมั๊ย...
เค้าว่าฟ้าหลังฝนจะสดใสนะคะคุณเจ้า (ถ้าเรียกผิด ขออภัยด้วย แต่น่าจะมาจากแซ่เจ้า เหมือน นางเอกองค์หญิงกำมะลอ Zhao Wei=เจ้าเว่ย )
สงสัยเหมืนกันกับ sweetnefertariว่าพิรันย่าอร่อยมั้ย
เจ้าของบล็อก เล่าให้ฟังหน่อย ว่ารสชาติเป็นยังไงมั่ง แค่คิดก็แปลกๆแล้ว
Post a Comment
<< Home