รวมมิตรเรื่องให้เพื่อนอ่านก่อนใคร
ปลาเข้าไปในจู๋ เจ้าอยู่นี่เอง
ระหว่างดำน้ำสามวันในป่าอเมซอน เชื่อไหม ผมฉี่ในน้ำเพียงครั้งเดียว
และเป็นการฉี่ที่ทำให้ประสาทหลอนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ฉี่ในน้ำอีกเลย
มิใช่กลัวผีสาง เจ้าถิ่นเจ้าที่ หรือเคารพและเกรงใจเทพยาดาและสานุศิษย์ทั้งหลายทั้งปวงหรอก
เจ้าปลานี่คือตัวการ
โชคดีไม่เจอในน้ำแต่มาจ้ะเอ๋กันใน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลาตัวจิ๋วนี้เป็นปลาพิงอาศัย เหมือนเหาฉลามในทะเลอย่างใดอย่างนั้น มันจะเกาะติดอยู่ที่เหงือกปลาใหญ่ คอยดูดเลือดปลาใหญ่เจ้ากรรมตัวนั้นเป็นอาหาร
เมื่อหลายสิบปีก่อน นักท่องเที่ยวแอบฉี่ในแม่น้ำในป่าอะแมซอน เจ้าปลานี้ได้กลิ่นฉุนนึกว่าเป็นกลิ่นของปลา รีบว่ายทวนไอละอองฉี่ที่ฟุ้งผสมอยู่ในน้ำ ว่ายแหวกทวนม่านฉี่เข้าไปหาจุดเริ่มต้น
ตามกลิ่นนั้นไป ทางไกลก็ใกล้เข้า ใกล้แล้ว ใกล้อีกนิดเดียว และก็ถืงที่ปลายจู๋ อันเป็นต้นน้ำของละอองฉี่นั้น ปลาน้อยจึงไปฝังตัวอยู่ ณ ที่นั่น
ที่ปลายจู๋ตรงนั้น มีปลาเข้าไปอยู่ ขนาดตัวเท่ากับขนาดของท่อพอดิบพอดี เมื่อท่อนั้นมีอะไรมาอุดไว้ ท่อนั้นก็ต้องตันเป็นธรรมดา เจ้าของท่อต้องไปหาหมอ เพราะฉี่ไม่ออก
และเป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง บอกเล่ากันสนุกปาก
นึกได้เมื่อสาย ทำไมผู้โชคร้านผู้นั้นถึงไม่ยอมใส่กางเกงใน เพราะเมื่อใส่กางเกงในแล้วก็เหมือนเป็นมุ้งลวดกันปลาทะลึ่งนั้นไม่ให้เข้ามาที่จู๋ของเราเวลาฉี่
รู้อย่างนี้ ไม่ต้องขึ้นมาบนบกให้เมื่อยขา และโดนกิ่งไม้ข่วนหรอก ฉี่ไปในน้ำหลายๆ ครั้งแล้ว
(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาอย่างแลบบิชแอบกระซิบบอกว่า การที่ปลาชนิดนี้จะเข้าไปในปลายจู๋นั้นเป็นไปได้ยากมาก กรณีที่เกิดขึ้นนั้นถึอเป็นเรื่องหนึ่งในล้านล้าน และคงจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นแน่)
ปลาพิรันย่าในจาน
เครื่องปรุง
ปลาพิรันย่า (ตามแต่จะจับได้)
หอมหัวใหญ่ 1 หัว
มะเขือเทศ 1 ลูก
เกลือ
วิธีทำ 1 (ฟรานซิสโกเป็นพ่อครัว)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำในหม้อ รอให้เดือด
3. ใส่ปลาพิรันย่าที่สะอาดแล้วลงในหม้อ
4. ใส่หอมหัวใหญ่ฝานเป็นรื้ว และมะเขือเทศตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ตาม
5. เหยาะเกลือแต่พอเหมาะ
6. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย หรือฟารินย่า (ธัญญาพืชผสม)
วิธีทำ 2 (สูตรนึกเอง)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟแรง
3. ใส่กระเทียมสับลงไฟพอให้ฉ่า
4. ทอดปลาให้กรอบนอกนุ่มใน
5. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย พร้อมน้ำปลาพริก
สาวมาเนาส์
"สาวมาเนาส์แต่งตัวเซ็กซี่ แต่หุ่นไม่เซ็กซี่" แลบบิชชวนคุยระหว่างนั่งรถด้วยกัน
"ยังไงๆ ผมก็ชอบสาวเอเชีย เพราะพวกเธอดูแลตัวเองดี และก็มียางอาย" แลบบิชอธิบายต่อ
"บางคนแก่แล้ว หน้าอกยาน ก้นเหี่ยว ยังมาใส่เกาะอกอยู่อีก แต่คนที่นี่เป็นอย่างนี้ เวลาแต่งตัวต้องอวดส่วนสัด ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม" ผมนั่งฟัง เห็นด้วย และพยักหน้าเห็นด้วย ปล่อยให้แลบบิชพูดไปเรื่อยคนเดียว
"สาวๆ ที่นี่แก่เร็ว บางคนอายุแค่เพิ่งสามสิบ แต่ดูเหมือนคนอายุ 50 แล้ว คนเอเชียแม้จะโตเป็นสาวช้า แต่ก็คงความเป็นสาวได้นาน"
โรงโอเปร่า
ร่องรอยของความรุ่งโรจน์ของเมืองมาเนาส์อยู่ที่โรงละครโอเปร่า "เตอาโตร อะแมซอนนาส" และบริเวณโดยรอบ
ปลายศตวรรษที่ 19 เมืองกลางป่าแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของการกรีดยางพารา เป็นช่วงเวลารุ่งเรืองก่อนที่จะเมล็ดพันธุ์ยางพาราจะถูกขโมยและนำมาปลูกในอาณานิคมแถวบ้านเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยางพาราที่เคยเป็นสินค้าเฉพาะแต่เพียงในอเมริกาใต้ก็กลายเป็นสินค้าที่หาได้ทั่วไป
ความรุ่งเรืองแต่ในอดีตก็นำมาซึ่งความรุ่งเรืองในใจของผู้มาชมเช่นกัน
ไกด์สาวเพิ่งจบมหาวิทยาลัยพูดภาษาอังกฤษธอสำเนียงโปรตุกีสทำใจผมไม่อยู่กะร่องกะรอย ความตั้งใจสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
จับความได้นิดหน่อยว่าโรงโอเปร่าแห่งนี้อายุร้อยกว่าปีแล้ว ในโรงละครมีสามชั้น ชั้นล่างมีที่นั่งเป็นไม้ 640 ที่ และชั้นสองชั้นสามเป็นที่นั่งแบบเป็นช่องๆ (box seats) ที่เสารอบโรงละคร มีรูปแกะสลักเป็นตราอาร์มของศิลปินยุโรป มีทั้งโมสาร์ต และบีโธเฟน หนึ่งในนักดนตรีไม่กี่คนที่รู้จัก เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นโดมโค้งตกแต่งเป็นรูปธงชาติบราซิล ว่ากันว่าใช้กระเบื้องถึง 36,000 ชื้น
นอกจากจะมีโรงโอเปร่าที่ปัจจุบันยังใช้การได้ดี มีการแสดงดนตรี ละคร และโอเปร่าอยู่ทุกสัปดาห์ ยังมีห้องรับรอง และพิพิธภัณฑ์ ในห้องรับรองมีภาพวาดฝาผนังแบบยุโรปสวยงาม พื้นเป็นไม้ขัดมันวับวาว เวลาจะเข้าไปชม เขามีรองเท้าใหญ่ยักษ์ ให้สวมทับรองเท้าของเราอีกที ความคิดเก๋ไก๋ชะมัดยาด แถมใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ด้วย
เวลานี้ ผมอยู่กับไกด์สาวสองต่อสอง หน้าเธอช่างหวาน เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ตัวไม่สูงมาก ผิวแทน มีน้ำมีเนื้อ และเธอพูดเจื้อยแจ้วเป็นน้ำไหลไฟดับ
โอ้...แม่เจ้าคุณ ผมแพ้ทางคุณแล้ว
