Monday, January 22, 2007

รวมมิตรเรื่องให้เพื่อนอ่านก่อนใคร

ปลาเข้าไปในจู๋ เจ้าอยู่นี่เอง

ระหว่างดำน้ำสามวันในป่าอเมซอน เชื่อไหม ผมฉี่ในน้ำเพียงครั้งเดียว

และเป็นการฉี่ที่ทำให้ประสาทหลอนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ฉี่ในน้ำอีกเลย

มิใช่กลัวผีสาง เจ้าถิ่นเจ้าที่ หรือเคารพและเกรงใจเทพยาดาและสานุศิษย์ทั้งหลายทั้งปวงหรอก

เจ้าปลานี่คือตัวการ

โชคดีไม่เจอในน้ำแต่มาจ้ะเอ๋กันใน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลาตัวจิ๋วนี้เป็นปลาพิงอาศัย เหมือนเหาฉลามในทะเลอย่างใดอย่างนั้น มันจะเกาะติดอยู่ที่เหงือกปลาใหญ่ คอยดูดเลือดปลาใหญ่เจ้ากรรมตัวนั้นเป็นอาหาร

เมื่อหลายสิบปีก่อน นักท่องเที่ยวแอบฉี่ในแม่น้ำในป่าอะแมซอน เจ้าปลานี้ได้กลิ่นฉุนนึกว่าเป็นกลิ่นของปลา รีบว่ายทวนไอละอองฉี่ที่ฟุ้งผสมอยู่ในน้ำ ว่ายแหวกทวนม่านฉี่เข้าไปหาจุดเริ่มต้น

ตามกลิ่นนั้นไป ทางไกลก็ใกล้เข้า ใกล้แล้ว ใกล้อีกนิดเดียว และก็ถืงที่ปลายจู๋ อันเป็นต้นน้ำของละอองฉี่นั้น ปลาน้อยจึงไปฝังตัวอยู่ ณ ที่นั่น

ที่ปลายจู๋ตรงนั้น มีปลาเข้าไปอยู่ ขนาดตัวเท่ากับขนาดของท่อพอดิบพอดี เมื่อท่อนั้นมีอะไรมาอุดไว้ ท่อนั้นก็ต้องตันเป็นธรรมดา เจ้าของท่อต้องไปหาหมอ เพราะฉี่ไม่ออก

และเป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง บอกเล่ากันสนุกปาก

นึกได้เมื่อสาย ทำไมผู้โชคร้านผู้นั้นถึงไม่ยอมใส่กางเกงใน เพราะเมื่อใส่กางเกงในแล้วก็เหมือนเป็นมุ้งลวดกันปลาทะลึ่งนั้นไม่ให้เข้ามาที่จู๋ของเราเวลาฉี่

รู้อย่างนี้ ไม่ต้องขึ้นมาบนบกให้เมื่อยขา และโดนกิ่งไม้ข่วนหรอก ฉี่ไปในน้ำหลายๆ ครั้งแล้ว

(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาอย่างแลบบิชแอบกระซิบบอกว่า การที่ปลาชนิดนี้จะเข้าไปในปลายจู๋นั้นเป็นไปได้ยากมาก กรณีที่เกิดขึ้นนั้นถึอเป็นเรื่องหนึ่งในล้านล้าน และคงจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นแน่)


ปลาพิรันย่าในจาน

เครื่องปรุง
ปลาพิรันย่า (ตามแต่จะจับได้)
หอมหัวใหญ่ 1 หัว
มะเขือเทศ 1 ลูก
เกลือ

วิธีทำ 1 (ฟรานซิสโกเป็นพ่อครัว)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำในหม้อ รอให้เดือด
3. ใส่ปลาพิรันย่าที่สะอาดแล้วลงในหม้อ
4. ใส่หอมหัวใหญ่ฝานเป็นรื้ว และมะเขือเทศตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ตาม
5. เหยาะเกลือแต่พอเหมาะ
6. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย หรือฟารินย่า (ธัญญาพืชผสม)

วิธีทำ 2 (สูตรนึกเอง)
1. ล้างปลาพิรันย่าให้สะอาด ทำความสะอาดพุงปลา บากตามขวางเป็นริ้วๆ เพื่อกำจัดก้างอ่อนระหว่างเนื้อปลา
2. ตั้งน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟแรง
3. ใส่กระเทียมสับลงไฟพอให้ฉ่า
4. ทอดปลาให้กรอบนอกนุ่มใน
5. นำเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย พร้อมน้ำปลาพริก


สาวมาเนาส์

"สาวมาเนาส์แต่งตัวเซ็กซี่ แต่หุ่นไม่เซ็กซี่" แลบบิชชวนคุยระหว่างนั่งรถด้วยกัน

"ยังไงๆ ผมก็ชอบสาวเอเชีย เพราะพวกเธอดูแลตัวเองดี และก็มียางอาย" แลบบิชอธิบายต่อ

"บางคนแก่แล้ว หน้าอกยาน ก้นเหี่ยว ยังมาใส่เกาะอกอยู่อีก แต่คนที่นี่เป็นอย่างนี้ เวลาแต่งตัวต้องอวดส่วนสัด ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม" ผมนั่งฟัง เห็นด้วย และพยักหน้าเห็นด้วย ปล่อยให้แลบบิชพูดไปเรื่อยคนเดียว

"สาวๆ ที่นี่แก่เร็ว บางคนอายุแค่เพิ่งสามสิบ แต่ดูเหมือนคนอายุ 50 แล้ว คนเอเชียแม้จะโตเป็นสาวช้า แต่ก็คงความเป็นสาวได้นาน"

โรงโอเปร่า

ร่องรอยของความรุ่งโรจน์ของเมืองมาเนาส์อยู่ที่โรงละครโอเปร่า "เตอาโตร อะแมซอนนาส" และบริเวณโดยรอบ

ปลายศตวรรษที่ 19 เมืองกลางป่าแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของการกรีดยางพารา เป็นช่วงเวลารุ่งเรืองก่อนที่จะเมล็ดพันธุ์ยางพาราจะถูกขโมยและนำมาปลูกในอาณานิคมแถวบ้านเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยางพาราที่เคยเป็นสินค้าเฉพาะแต่เพียงในอเมริกาใต้ก็กลายเป็นสินค้าที่หาได้ทั่วไป

ความรุ่งเรืองแต่ในอดีตก็นำมาซึ่งความรุ่งเรืองในใจของผู้มาชมเช่นกัน

ไกด์สาวเพิ่งจบมหาวิทยาลัยพูดภาษาอังกฤษธอสำเนียงโปรตุกีสทำใจผมไม่อยู่กะร่องกะรอย ความตั้งใจสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

จับความได้นิดหน่อยว่าโรงโอเปร่าแห่งนี้อายุร้อยกว่าปีแล้ว ในโรงละครมีสามชั้น ชั้นล่างมีที่นั่งเป็นไม้ 640 ที่ และชั้นสองชั้นสามเป็นที่นั่งแบบเป็นช่องๆ (box seats) ที่เสารอบโรงละคร มีรูปแกะสลักเป็นตราอาร์มของศิลปินยุโรป มีทั้งโมสาร์ต และบีโธเฟน หนึ่งในนักดนตรีไม่กี่คนที่รู้จัก เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นโดมโค้งตกแต่งเป็นรูปธงชาติบราซิล ว่ากันว่าใช้กระเบื้องถึง 36,000 ชื้น

นอกจากจะมีโรงโอเปร่าที่ปัจจุบันยังใช้การได้ดี มีการแสดงดนตรี ละคร และโอเปร่าอยู่ทุกสัปดาห์ ยังมีห้องรับรอง และพิพิธภัณฑ์ ในห้องรับรองมีภาพวาดฝาผนังแบบยุโรปสวยงาม พื้นเป็นไม้ขัดมันวับวาว เวลาจะเข้าไปชม เขามีรองเท้าใหญ่ยักษ์ ให้สวมทับรองเท้าของเราอีกที ความคิดเก๋ไก๋ชะมัดยาด แถมใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ด้วย

เวลานี้ ผมอยู่กับไกด์สาวสองต่อสอง หน้าเธอช่างหวาน เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ตัวไม่สูงมาก ผิวแทน มีน้ำมีเนื้อ และเธอพูดเจื้อยแจ้วเป็นน้ำไหลไฟดับ

โอ้...แม่เจ้าคุณ ผมแพ้ทางคุณแล้ว

Sunday, January 14, 2007

เที่ยวซ่อง

หัวใจเต้นตุบตุบเป็นจังหวะแสนประหลาด เร็วและถี่ขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลมปลิวลอดเข้ามาทางช่องว่างของถนนแคบที่ถูกขนาบด้วยตึกแถวสามชั้น ร่างกายภายนอกรู้สึกหวิว จะร้อนก็ไม่ใช่ จะหนาวก็ไม่เชิง สองมือล้วงลงในกางเกงยีนที่ใส่พร้อมจะออกเดินทางไปสนามบิน นิ้วเท้าเกร็งชาหดตัวอยู่ในสายรัดรองเท้าแตะหุ้มส้นหรือแซนเดิลที่ฝรั่งเรียก สายตาก้มมองลงต่ำ รู้สึกได้ถึงรอยยิ้มแบบแหยๆ ที่เผยออกมาทางมุมปาก อาจจะเป็นเพราะเขินอาย อีกจิตใจหนึ่งของความสนใจใคร่รู้สั่งให้สายตาที่หลบภาพตรงหน้าเงยมองขึ้นดูความเป็นไปรอบตัว เวลาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย แลบบิชพามาเที่ยวสถานบันเทิงของบุรุษ ที่เขาบอกว่าเป็นความบันเทิงราคาถูก ถูกกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนต์เสียอีก

ตึกแถวสองสามคูหามีชีวิตชีวาผิดกับตึกอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ และตรงข้าม เสียงจังหวะเพลงเต้นเน้นจังหวะกลองดังซ่านมาจากความมืดหลังประตู เงินสกุลท้องถิ่นแลกเปลี่ยนแล้วราคาราวห้าดอลลาร์ถูกยื่นแลกกับตั๋วกระดาษใบเล็กๆ สำหรับมอบให้กับบริกรที่ยืนอยู่หน้าประตู เศษกระดาษใบนี้คือใบอนุญาตให้ผ่านเข้าไปค้นหาเสียงเพลงและความสนุกสนานในเงามืดที่เราตั้งใจมาในคืนสุดท้ายนี้ เราสามคน ผม แลบบิช และแคชดิช นักศึกษาคนโปรดของแลบบิชเดินฉุยเข้าไปโดยแอบซ่อนความประหม่าไว้ข้างใน สายตาที่ก้มมองพื้นเงยขึ้นอย่างถาวรแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นย่อมมีมากกว่าระดับของความเขินอาย การเดินทางมาในที่เป็นความฝัน ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ควรจะให้รายละเอียดใดๆ แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวได้หายไปจากความฝันที่เป็นจริงนั้นเลย

ก่อนยื่นเศษกระดาษตั๋วเข้าร้านให้กับคนดูแลประตู และก่อนที่เราสามคนจะคุยกันไม่รู้เรืองเพราะเสียงเพลงดังจะกลบถ้อยคำพูด แลบบิชยกมือขึ้นมาป้องและกระซิบเบาๆ ว่ากำหนดการนี้ออฟเรกคอร์ดนะ ผมเข้าใจดีกว่าเขาคงอยากให้เวลาในค่ำคืนนี้เป็นเวลาไปรเวทส่วนบุคคล ไม่ถูกบันทึกเป็นตัวอักษรใดๆ แต่เด็กไทยอย่างผมย่อมเห็นว่ากำหนดการพิศดารนอกเส้นทางนี้คือประสบการณ์ล้ำค่าที่นักท่องเที่ยวไหนๆ ก็คงไม่มีโอกาสจะได้สูดสัมผัส ที่หน้าประตู ผมได้กลิ่นไอความเป็นท้องถิ่นปลิวฟุ้งลอยออกมาปนกับกลิ่นกามบันเทิงจากข้างในในดีกรีที่พอๆ กัน

พื้นในร้านเป็นพื้นปูนคอนกรีตธรรมดาๆ มีน้ำนองเปียกแฉะเป็นหย่อมๆ คงเพราะเอ่อนองหลังจากทำความสะอาดล้างพื้นมาตั้งแต่กลางวัน หรือไม่ก็เพราะฝนที่ตกลงมาทุกๆ วันในมาเนาส์ที่ฝนตกเป็นเรื่องปกติ แม้ควันหมอกจากบุหรี่ที่นักเที่ยวหลายคนสูบอัดเข้าปอดจะล่องลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ แต่อากาศในร้านก็ยังบริสุทธิ์และเย็นสบาย คงเป็นเพราะการออกแบบร้านที่ให้อากาศถ่ายเทและระบายเข้าออกได้สะดวก อากาศธรรมชาติและไอเย็นจากผืนน้ำอะแมซอนอันกว้างใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนั้นดีมากพอที่จะปฏิเสธการปรุงแต่งใดๆ จากเครื่องปรับอากาศที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของที่เที่ยวไปเสียแล้ว

สองมือยังล้วงกระเป๋ากางเกงแน่น แถมบางทีอาจจะล้วงแน่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อซึมออกที่ฝ่ามือ ที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นและความประหม่า อีกทั้งสภาพอันดูธรรมดาๆ พื้นๆ ช่างลิบลับจากแหล่งเที่ยวกลางคืนของชาวนิวยอร์ก ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวแกมประหม่ามากขึ้นไปอีก ความรู้สึกรังเกียจ และความรู้สึกผิดที่ผิดทางมาเยี่ยมเยียนคนใจสับสนและโลเล เราควรมาที่ในที่แบบนี้หรือ

นักเที่ยวแต่งชุดสบายๆ ไม่แต่งตัวหรูหราหล่อเฟี้ยว เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะคือชุดมาตรฐานสำหรับมาเที่ยว ณ นครราตรีแห่งนี้ ความไม่มีพิธีรีตรองนี้ช่างน่ารักและจริงใจ บรรยากาศช่างจริงใจมากจนทำให้คิดว่าตัวเองที่โตมาในโลกของเมืองหลวงจะจริงใจโดยเฉพาะกับตัวเองอย่างพวกลุงๆ น้าๆ ชาวมาเนาส์ในที่นี้บ้างหรือไม่

แต่บุคคลที่เป็นนางเอกของสถานบันเทิงแห่งนี้เห็นจะไม่พ้นสาวงามชาวบราซิลทั้งหลายอยู่ทั่วไปในจุดๆ ต่างของร้าน สาวเหล่านี้ไม่ใช่นักเที่ยว แต่เป็นผู้ให้ความสุขกับนักเที่ยว หลายคนนั่งคุยอยู่ที่โต๊ะกับนักเที่ยวที่มีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข บ้างจับกลุ่มกันคอยส่งสายตาหวานและเย้า ยวนให้กับชายที่เดินผ่านไปมา บ้างก็เดินไปเดินมาเหมือนจะต้องทำธุระอะไรสักอย่าง ผมจำได้แม่นถึงสายตาอันวาบหวิวของสาวนางหนึ่งที่ส่งตรงมาให้ผมผ่านอากาศอันเต็มไปด้วยลมหายใจของความเร่าร้อน สายตาทั้งคู่ที่เจ้าของตั้งใจส่งให้ช่างหวานและเย้ายวนกระไร อีกรูปหน้าสวยแบบยุโรป ผิวพรรณสีแทนน้ำตาลไหม้ และหุ่นสูงยาวได้สัดส่วนทั้งทางแนวดิ่งและแนวขนานก็ยิ่งช่วยให้สายตาคู่นั้นดูน่าสนใจ

เพลงเริ่มดังขึ้นแล้ว ไฟสีหลายสิบดวงพุ่งตรงไปที่เวทีขนาดยาวที่ตั้งอยู่กลางร้าน ผมและคณะจับจองที่นั่งริงไซด์ได้พอเหมาะพอเจาะ เบียร์กระป๋องเย็นๆ ในมือพร้อมสรรพ ไฟทุกดวงส่องตรงไปบนเวที หญิงสาวสองคนพุ่งตรงออกจากฉากหลังเวที คนหนึ่งในชุดบิกินีตัวสั้นจิ๋ว อีกคนหนึ่งในชุดกระโปรงหนังสั้นชุดท่อนบนโอบรัดหน้าอกตื้ว เผยเนินเนื้อให้เชยชมกันอย่างไม่เขินอาย สะโพกของเธอทั้งสองโบกสะบัดให้กับคนดูด้านล่างที่สายตาทุกคู่พุ่งเขม็งหยุดนิ่งเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่บนเวที เพลงดำเนินต่อไป เธอคนหนึ่งวิ่งตรงไปที่เสาเหล็กมันวาวบนเวที ทำท่ายั่วยวนหยอกเย้ากับเสาเหล็กคู่นั้นเสมือนหนึ่งเธอกำลังมีความสุขที่ได้ขยับร่างกายและเนื้อตัวตัวหยอกเย้า เสียดายที่เสาเหล็กนั้นไม่มีชีวิตจิตใจ มิฉะนั้นแล้ว กริยาอาการที่หญิงทั้งสองมีให้ก็คงจะทำให้เสาเหล็กไม่มีอันจะได้ยืนอยู่นิ่งเป็นเสาเหล็กที่จงรักภักดี และไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้

เริ่มมาถึงกลางเพลงแล้ว บิกินีท่อนบนของนักเต้นคนหนึ่ง และชุดหนังท่อนล่างของนางระบำอีกคนถูกเจ้าของปลดออกและเขวี้ยงไปบนพื้นอย่างไม่ปราณี คนดูด้านล่างส่งเสียดหวีดแสดงถึงความพออกพอใจกับการกระทำของผู้แสดงบนเวที ถันเต้าของนางทั้งสองแม้จะไม่เต่งตึงกลมงาม แต่ก็ทำให้นักเที่ยวด้านล่างที่มีอายุโดยเฉลี่ย 35 ขวบปีขึ้นไปได้หายใจไม่ทั่วท้อง เวลาเพลงใกล้จบ จังหวะเพลงและกลองยังเร้าใจชวนให้คนฟังเคาะเท้าตามยังเล่นต่อไป หญิงบนเวทีปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่เธอมีออก และโยนให้กับฝูงชนที่ชูมือรอรับเหมือนในคอนเสิร์ตไม่มีผิดเพี้ยน เสียงปรบมือดังและเสียงตะโกนวิ้วยิ่งดังกว่า เธอทั้งสองบนรองเท้าส้นสูงที่ช่วยให้สะโพกเผยออกมาในลักษณะอันงดงามใช้เวลาที่เหลือแสดงความสามารถในการเต้นอย่างเต็มใจ ก้นสะบัด หน้าอกตาม มือขาโยกย้ายลูบเล้าร่างกายตัวเอง เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของผม แต่สำหรับนักเที่ยวคนอื่นๆ แล้ว ภาพข้างหน้าคงเป็นภาพที่ชวนไม่ให้คืนนี้จบลงง่ายๆ

เพลงหนึ่งจบ นักเต้นคู่ต่อไปออกมาสลับแทน ท่าเต้นของแต่ละคนเป็นไปทำนองเดียวกัน จะแตกต่างก็ในเฉพาะความสามารถเฉพาะตัวและบุคลิกส่วนบุคคล บางนางดูเร่าร้อนจนน่ากลัว แต่ทว่าบางนางก็โยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะที่ทำให้หลายคนจะต้องใจละลาย เพราะช่างอ่อนช้อย งดงาม และเหนือสิ่งอื่นใดเย้ายวนเป็นที่สุด สำหรับผม นักเต้นบางคนก็ทำให้เพลิดเพลินไปได้บ้าง แต่บางคนก็แสดงออกในสภาพกึ่งน่ากลัว จนน่าสงสาวเสาเหล็กผู้จงรักภักดีที่จะต้องทนกับภาพข้างหน้าอย่างใกล้ชิดที่สุด

แลบบิชแตะไหล่เบาๆ ให้มองหัวกลับไปที่โต๊ะด้านหลัง หญิงสาวรูปงาม ผอมโปร่ง หน้าอกนูนใหญ่ กำลังเต้นแข่งกับนางระบำบนเวที เธอยืนขึ้นบนโต๊ะสูง ชายหน้าตาหิวโหยยืนอยู่รอบโต๊ะแหงนหน้าชมลีลาของเธอในระยะยิ่งกว่าริมเวที แลบบิชเอามือป้องปากเล่าให้ฟังย่อๆ ว่า นักเที่ยวกลุ่มนั้นจ่ายเงินให้เธอเป็นพิเศษเพื่อให้เธอได้เต้นให้ดูบนโต๊ะ และสามารถจับก้นสะโพกอันเต่งตึงนั้นได้ แต่เนื้อนูนส่วนบนนั้นเป็นที่ต้องห้าม นักเต้นบนโต๊ะนั้นสวยกว่านักเต้นบนเวทีมาก สายตาสนใจใคร่รู้ของผมจึงไม่หันกลับไปที่เวทีอีกแล้ว นางเต้นผิวแทน ก้นกลม หน้าหวานค่อยๆ เปลื้องบิกินีตัวเล็กจิ๋วออกไม่ผิดกับที่เห็นซ้ำๆ กันบนเวที ผมยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งนักเต้นบนโต๊ะ และชายกลุ่มนั้นที่ควักเงินจ่ายพิเศษให้เธอเต้น ใจคิดว่าสมแล้วกับเป็นสถานบันเทิงที่ผู้คนมาหาความสุข เพราะทุกคนมีความสุขกันจริงๆ

การแสดงบนเวทีหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นักเต้นคู่หนึ่งเต้นเสร็จครบเพลง นักเต้นคู่ใหม่ก็ขึ้นมาแสดงลวดลายต่อ คนไหนเต้นได้ถูกอกถูกใจคนดู เสียงกรีดร้องโฮ่ฮิ้วก็ดังลั่นตามไปด้วย สาวนักเต้นชาวบราซิลนั้นเต้นกันแบบสุดเหวี่ยง ผมไม่เคยเห็นใครที่อื่นใดเต้นได้รุนแรงปลุกเร้าอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้มาก่อน หนุ่มบราซิลลูกค้าผู้ภักดีก็ปลดปล่อยอารมณ์กันเต็มที่ เสื้อในตัวบิกินี่ทั้งท่อนบนท่อนล่างที่สาวบนเวทีโยนให้กับคนดูนั้นเหมือนนาฬิกาเรือนงามที่ผู้ชมชูมือรับ ผู้โชคดีคือผู้ที่จะได้เชยชมนาฬิกาเรือนนั้นอย่างใกล้ชิด ภายในระยะเวลาที่เจ้าของไร้อาภรณ์ใดๆ อยู่บนเวที เมื่อเพลงจบ ทุกคนก็ยินยอมคืนบิกินี่ตัวงามให้กับเจ้าของแต่โดยดี

แลบบิชหันมาป้องปากตะโกนแข่งกับเสียงเพลงแนะนำอีกกิจกรรมที่นิยมในสถานบันเทิงแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าผมเริ่มมีอาการง่วงหนาวหาวนอน แลบบิชบอกว่าด้วยเงินราว 40 ดอลล่าร์ นักเที่ยวสามารถจะให้สาวที่ได้เลือกเฟ้นแล้วมาเต้นให้ดูส่วนตัวในห้องเล็กๆ ที่มีไว้บริการในเวลา 15 นาที และแน่นอนเมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ก็สามารถจะ "ทำอะไรก็ได้" ตามแต่ผู้จ่ายเงินต้องการ แลบบิชเล่าต่อว่าเคยพาเพื่อนนักสำรวจปลาชาวไต้หวันมาเที่ยวและได้ทำกิจกรรมพิเศษนี้ ทุกคนกลับบ้านเกิดด้วยความยินดีปรีดา และประทับใจกับประสบการณ์ลับเฉพาะเช่นนี้มาก ผมฟังแล้วแล้วรู้สึกน่าสนใจ เวลานี้ผมตัวคนเดียวไม่ต้องมีใครให้ต้องคิดคำนึง การได้ทำอะไรแปลกใหม่ และทำอะไรที่เมื่อยังมีคู่ไม่สามารถทำได้ก็น่าจะดีไม่น้อย อีกใจหนึ่งผมคิดว่าผมทำตัวประชดชีวิตอยู่

สายตาสอดส่องไปทั่ว สาวบราซิลส่วนใหญ่แม้จะผิวพรรณดีเป็นสีแทนงาม แต่โดยมากมักจะตัวใหญ่เหมือนชาวฝรั่ง หน้าอกหน้าใจนั้นใหญ่จนเกินขนาดดูน่ากลัว ส่วนตัวนั้นก็เต็มไปด้วยเนื้อนวล ผมปรารถนาผู้ที่สูงโปร่ง หน้าอกไม่คับแน่น สะโพกสะพรั่ง และผิวแทนงาม แลบบิชหัวเราะชอบใจในความเรื่องมากและมากความ อันที่จริงผมอยากจะปฏิเสธประสบการณ์ใหม่นี้ต่างหาก เพราะดูน่ากลัวอย่างไรชอบกล

แลบบิชส่งลูกศิษย์ก้นกุฏิไปหาสาวผู้โชคดีตามคุณสมบัติมากเรื่องที่ผมว่าไว้ แคดดิชลูกศิษย์ออกตระเวนทั่วร้าน และกลับมามือเปล่า เขาทำมือคล้ายพยายามส่งภาษาให้รู้ว่า โอ้ย อย่างนี้จะหาได้ที่ไหน

ที่ปลายตา ผมเห็นสาวในฝันเดินผ่านไป ผมชี้ให้แลบบิชดู แลบบิชเรียกบริกรมาส่งภาษาโปรตุเกส บริกรหายไปสักพัก แล้วกลับมาคุยกับแลบบิชต่อ แลบบิชบอกว่าเธอต้องการ 50 ดอลล่าร์จะได้ไหม แลบบิชหันมาที่ผม ผมตอบว่าได้โดยไม่ลังเล

ณ ห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่สร้างขึ้นอย่าง่ายๆ มุมร้าน มีประตูไม้อัดเปิดไป ภายในเป็นผนังไม้อัด ด้านขวามีม้านั่งตัวอย่างรองดัวยเบาะหนังเทียมสีดำ อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมีอ่างล้างหน้า ที่มุมอีกมุมหนึ่งมีถังขยะใบใหญ่เต็มไปด้วยกระดาษทิชชู่ ถังขยะใบนี้ตั้งอยู่จนเกือบชนอ่างล้างหน้า นี่คือร่องรอยของการสารภาพบาปของคนก่อนหน้าหลายๆ คน ห้องเล็กห้องนี้เล็กมากจริงๆ คนเข้าไปอยู่ 2 คนก็ถือว่าแออัดมากแล้ว จนแทบจะไม่มีที่ให้กระดิกและอากาศหายใจ เสียงเพลงจากด้านนอกดังเข้ามายังด้านใน

ผมเหงื่อแตกซิก และหายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะ

ไม่ถึง 3 นาทีต่อมา ผมเดินออกจากห้องกลับไปยังโต๊ะที่แลบบิชและแคชดิชนั่งรออยู่ ทั้งสองคนมองดูผมด้วยความฉงน และถามว่าทำไมถึงออกมาเร็วนัก แลบบิชมีสีหน้าไม่พอใจ เรียกบริกรมาพบและทำท่าเหมือนคล้ายต่อว่าว่าสาวคนนั้นดูแลแขกของเขาอย่างไร ทำไมถึงออกมาเร็วนัก ผมสะกิดแลบบิชบอกว่าไม่เป็นไร ผมมีความสุข และสนุกกับประสบการณ์สั้นๆ เพียงชั่วอึดใจนั้นแล้ว ขออย่าได้เป็นห่วงเลย ผ่านไปเถอะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องด้วยมองดูนาฬิกา เข็มสั้นอยู่ที่ประมาณเลขเก้า เข็มยาวอยู่เลยเลขสิบสองมานิดหน่อย

ได้เวลาต้องไปสนามบินแล้ว เราสามคนเดินออกจากร้านด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความสุข คืนหฤหรรษ์เช่นนี้คงมีขึ้นไม่บ่อย และมีขึ้นไม่นาน ต่างคนต่างมีหน้าที่การงาน ชีวิตความรับผิดชอบ และอื่นๆ มากมายที่ต้องทำ น่าคิดว่าความบันเทิงเช่นนี้น่าจะเรียกว่าเป็นตัวทวีคูณกำลังใจอย่างหนึ่งให้กับชายทุกคนที่มาเที่ยว ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าคงจะได้รับการแปรเปลี่ยนเป็นความกระฉับกระเฉง ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็น่าจะคลายสภาพเป็นความสบายกายสบายใจ

แน่นอน ผมเดินออกซ่องเมืองมาเนาส์ด้วยความสุขและสบายตัว แต่ทว่า น่าเสียดายที่ความสุขนี้เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วคราวที่พอให้ใจเหงาๆ ในเวลานี้ได้ครื้นเครงขึ้นบ้างเท่านั้น หรือว่าชีวิตคนเราจะมีเพียงแค่นี้ ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่สลับกับความทุกข์ระทมอันยาวนานไม่จากไปไหน

ผมเข้าใจตัวเองดีว่าเหมือนจะรอคอยอะไรอยู่ ได้แต่เพียงหวังว่าความสุขที่แท้ที่เฝ้ารอคอยจะกลับมาและอยู่ไม่ไกล น่าเสียดายที่ผมคงจะไม่ใช่ผู้ลิขิตความสุขนั้นเอง คำตอบทั้งหมดคงอยู่ที่เธอผู้เดียว