Saturday, July 09, 2005

กลับบ้าน

นี่เป็นครั้งที่สองที่จะได้กลับบ้านของชีวิตนักเรียนนอก (เก๊ๆ)

เอาเข้าจริงๆ แล้วไม่เคยรู้สึกอยากเป็นนักเรียนนอกกับเขาเอาเสียเลย

ไม่อยากจากเพราะกลัวคิดถึงบ้าน ต้องจากบ้านจากคนที่รักมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวน้อย

เบื่อชีวิตที่ต้องเหินห่างกับคนที่รัก

แต่ดูเหมือนจะเป็นคำสาปที่ยิ่งหนีห่าง

...ยิ่งต้องพบเจอ

การมาเรียนก็เหมือนมาแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น

แสวงหาชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง

แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เลือกแล้วมิใช่หรือ

การมาเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ความก้าวหน้าในครั้งนี้

ดูเหมือนว่าจะทำให้คนที่รักเรามีความสุขตามไปด้วย

แต่มีบางครั้งเหมือนกัน ที่เคยรู้สึกสงสัย

สงสัยว่าคนรอบข้างเราที่หน้าบานมีความสุขนั้น

จะมีใจร่าเริงยินดีจริงหรือไม่

เพราะต้องแลกด้วยการจากจากคนที่รัก

คนที่รักและห่วงใย

โดยมากเป็นคนที่ต้องจากมาตลอดทั้งชีวิต

อีกบ้างครั้ง ก็เป็นการจากลาจากคนหนึ่ง เพื่อไปพบเจอกับอีกคนหนึ่ง

ทำไมชีวิตถึงมีแต่การจากลา
---

"กลับบ้าน"

ฟังแล้วอบอุ่น

ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นครั้ง ที่ใจโหยหาที่จะกลับบ้าน

อยู่โรงเรียนประจำ มีวันกลับบ้าน

วันกลับบ้านคือวันที่ทุกคนร่าเริง

ทุกสองสัปดาห์ เราได้กลับบ้าน

แม้จะออกจากโรงเรียนมานานแล้ว

แต่ใจก็ยังใฝ่หาบ้าน

ฝันที่จะได้กลับบ้าน

ไม่ได้กลับ แล้วต้องจาก

หากฝันที่จะได้อยู่

ี่ความรู้สึกอยาก "กลับบ้าน" ยังไม่ห่างหายไปไหน

มิใช่อะไรนอกจากวิถีชีวิตที่ต้องไกลบ้าน

...ไกลบ้านในวันวาน

...ไกลบ้านในวันนี้

...ไกลบ้านในวันหน้า

ชีวิตไกลบ้านเฉกเช่นนี้คือชะตากำหนดใช่หรือไม่
---

กลับบ้านครั้งนี้จะทำอะไร

วางแผนไว้เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่ได้กลับบ้านให้คุ้มค่า

เพราะการกลับ ก็ต้องมีจาก

อีกวันเวลาที่ผ่านพ้นไป ไม่มีวันหวนคืน
---

กลับบ้านครั้งนี้จะอยู่กับคุณยาย

คุณยายผู้เป็นที่รัก

ที่อยู่ข้างๆ มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

จะพาคุณยายไปกินข้าวบ่อยๆ

จะพาคุณยายไปเที่ยวไหนต่อไหน

จะนั่งคุยเล่นเป็นเพื่อนคุณยาย

หากเวลาอำนวย จะไปนอนกอดคุณยายตอนกลางคืนด้วย
----

กลับบ้านครั้งนี้จะวางแผนการเรียนในภาคเรียนสุดท้าย

หวังว่าจะเป็นการเรียนรู้ในสถาบันการศึกษาครั้งสุดท้ายในชีวิต

หลักสูตรสองปี แต่จะเรียนให้สำเร็จภายในปีครึ่ง

ไม่ใช่ใจไม่อำนวย หากเงินไม่อำนวย

กลับมาเป็นข้าราชการเงินเดือนน้อย

จะแบมือขอเงินผู้ใหญ่มาเรียนก็คงไม่เหมาะ

เพราะคงไม่มีปัญญาได้ชดใช้คืน

จะวางแผนว่าจะเรียนวิชาอะไรบ้าง

เพราะต้องเรียนมากวิชาถึงจะจบ

อีกยังต้องวางแผนทางการเงิน

จะได้บอกกล่าวกับผู้มีอุปการคุณที่จะสนับสนุนทางการศึกษาได้ถูก
---

กลับบ้านครั้งนี้จะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เบื่อ

เบื่อจนไม่อยากกลับมาเป็นวัยรุ่นค้างวัยอีก

จะใช้เวลาอยู่กับเพื่อนให้มาก

ใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้น้อย

เพราะเบื่อตัวเองแล้ว

อยู่กันมานานแสนนานเกือบหนึ่งปีเต็ม
---

กลับบ้านครั้งจะเดินทางและท่องเที่ยว

ตามโอกาสและเวลาจะอำนวย

...จะไปช้อนปลา

...จะไปเก็บต้นไม้

...จะไปดำน้ำทะเล

...จะไปเดินป่าท่องธรรมชาติ

หากมีเวลาพอ อยากไปประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งเหล่านี้เคยฝันกลางวันถึงบ่อยๆ
---

อีกไม่นานก็จะถึงบ้านแล้ว

กลับบ้านสักที

กลับบ้านเพื่อจาก

เมื่อไรหนอจะได้กลับบ้าน

---กลับบ้าน---


เขียนระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับบ้าน ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เวลาประมาณหกโมงเย็น ขณะที่ช่องข่าว "ซีเอ็นเอ็น" กำลังรายงานสดเกาะติดสถานการณ์เหตุการณ์ระเบิดรถไฟใต้ดินและรถเมล์ที่อังกฤษ ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

10 Comments:

At 4:41 PM, Anonymous Anonymous said...

อยากกลับบ้านบ้าง

แต่เนื่องจากเพิ่งกลับบ้านไปตอนเดือน ธันวา

เลยทำซ่าส์วางแผนไว้ว่าจะกลับอีกทีอีกธันวา เพราะหน้าหนาวมีวันคริสมาสต์..วันที่ทุกๆคนต้องไปหาครอบครัว อยากไปหาครอบครัวกับเค้าบ้าง เลยคิดว่าเดือนธันวาที่อากาศแสนหนาว อันเป็นบรรยากาศเสริมในการคิดถึงบ้านมากยิ่งขึ้น เป็นเดือนที่เหมาะสมในการกลับบ้าน

เดือนกรกฎาสิงหา ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม"ใหญ่" คือหน้าร้อน เลยตั้งใจว่าจะอยู่โยงที่นี่

คิดฝันไว้ว่า หน้าร้อนอากาศร้อน คงไปเที่ยวสนุกสนาน บรรยากาศที่เหมือนเมืองไทย ตื่นมาตะวันฉายแสง คงทำให้การคิดถึงบ้านจางหายไป

เข้ากลางเดือนกรกฎาได้เกือบกลางเดือน เห็นพระอาทิตย์ฉายแสงทุกวัน อากาศเหมือนเมืองฟ้าอมรบ้านเรา แต่แปลกใจ ทำไมความคิดถึงบ้านไม่ลดลง

รังแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้น จนถึงขนาดคลิ๊กหาตั๋วเครืองบินอย่างเอาเป็นเอาตายจากลิ้งค์ต่างๆ เพื่อหาตั๋วราคาที่อาจพอจะซื้อได้

โชคไม่เข้าข้าง เพราะช้าเกินไป รู้สึกตัวว่าความคิดถึงบ้านฝังจนลบไม่ออกช้าเกินไป ตั๋วทีเหลือค้างพอจะขายออกได้ตอนนี้ราคาเหยียบพันหนึ่งร้อยยูโรขึ้นไปทั้งนั้น

เลยต้องทนกับความคิดถึงบ้าน และการอยู่คนเดียวต่อไป

ขอให้ช่วยละลายความคิดถึงบ้านแทนให้ด้วย เที่ยวทะเล ไปเดินป่า ไปดูปลา หรือไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่นอกเหนือจากการนั่งหน้าจอสี่เหลี่ยมแบบนี้แทนให้ด้วย

ฝากสวัสดีเมืองไทยและฝากทักทายรถติดๆ กับรถเข็นขายส้มตำในกรุงเทพฯด้วย


น่าจะพเป็นอุตส่าห์เลือกเวลากลับบ้าน

 
At 4:47 PM, Anonymous Anonymous said...

บล๊อกเกอร์
ลบประโยคสุดท้ายให้หน่อยจิ
ลืมลบเอง..ตาถี่ว
นะ
แทงค์หลาย

 
At 9:51 PM, Blogger Lex Luthor said...

ยินดีต้อนรับกลับบ้านท่อก แล้วนัดกินข้าวกันนะ ถ้ามีเวลาขอตามไปใช้ชีวิตวัยรุ่นให้หายเบื่อด้วยคน :)

 
At 10:10 AM, Anonymous Anonymous said...

เคยได้ยินไหมครับ "เราพบกัน เพื่อที่จะลาจากกัน"(สุวรรณี สุคนธา ใน สวัสดีกรุงเทพฯ)

 
At 6:38 AM, Blogger kasab71 said...

เช่นกันท่อก แล้วจะไปหานะ

 
At 4:03 AM, Anonymous Anonymous said...

ท่อก ไปสอนที่โรงเรียนกันมะ เดี๋ยวเด็กที่โรงเรียนจะได้รู้จักมึงบ้าง พักหลังเห็นถามไปรู้จักแต่เฮ็นเบะกับกิมจ้อ
ลืมท่อกได้ไงวะ

mail เบอร์มาให้หน่อยดิ จะได้นัดได้ เพื่อมึงอยากมาเยี่ยมมหาลัยกู

ฝทีน

 
At 6:47 PM, Anonymous Anonymous said...

ไม่ค่อยได้ใช้เน็ต เพราะคอมพิวเตอร์พัง

ฝ่าตีน สำหรับเบอร์โทร. ที่กรุงเทพฯ 09 121 1120

ส่วนคนอื่นๆ วันสุดสัปดาห์นี้ ผมจะไปจับปลาที่โขงเจียม (อุบลฯ) สองวัน

คืนวันอาทิตย์ หวังว่าจะได้นอนใต้กลมกับพระเพื่อน

จันทร์ อังคาร พุธ นัดเจอกับคุณยายที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อพักที่มุกดาหาร เยี่ยมเพื่อนรักอีกคน

สวัสดีครับ

 
At 10:35 PM, Anonymous Anonymous said...

ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ ^__^

 
At 2:15 PM, Blogger ratioscripta said...

อาทิตย์ ไปร่วมรำลึกบรรยากาศงาน meet the bloggers กัน

บล็อกผมเอง

 
At 11:49 AM, Blogger sweetnefertari said...

หายโกรธหมอยัง?

 

Post a Comment

<< Home