เรียนนอกห้องที่นอกห้องเรียน
ในวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายม 2548 ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมชมขบวนพาเหรด "ซานฟรานซิสโกไพรด์" (San Francisco Pride 2005) ซึ่งเป็นการจัดงานที่ิิยิ่งใหญ่ในเรื่องของ "เพศ" อันหลากหลาย (แปลว่ามีมากกว่าสองเพศ) ในระหว่างฤดูร้อนที่งานเช่นนี้เกิดขึ้นในอีกหลายมุมเมืองทั่วโลก
ตลอ ดสองภาคเรียนที่ผ่านมาในชีวิตการศึกษาปริญญาโท ผมเคยนั่งคิดเบื่อกับการพูดซ้ำๆ ซากๆ เรื่อง "กลุ่มผลประโยชน์" (interest group) ที่ครูอเมริกันเขาเน้นหนักหนาว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ "นโยบายสาธารณะ" และ "การเมือง"
เด็กไทยอย่างผมก็ได้แต่นั่งเซ็ง เพราะในห้องคุยแต่เรื่องที่ไกลตัวเหลือเกิน เมืองไทยที่ผมรักนั้น กลุ่มผลประโยชน์อะไรกัน ไม่เห็นเคยมีให้เห็น หรือถึงมีก็เป็นแค่คนเรียกร้องเย้วๆ พอเป็นพิธีหน้าสภาหรือกางเต็นท์หน้าทำเนียบฯ จะมีความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของรัฐอย่างไรกัน
วิชา "การเมืองของการออกนโยบาย" (Politics of Policy Making) ซึ่งเป็นวิชาบังคับเรียนทั้งสองภาค จึงเป็นชั่วโมงที่น่าเบื่อที่สุดในชีวิตการเรียนทั้งของผม และของเพื่อนต่างชาติ ห้องเรียนเป็นห้องใหญ่มีคนลงทะเบียนทั้งชั้น หากมีนักเรียนเข้าเรียนไม่ถึง 50 คน อีกบางคนยังหิ้วแลปทอปเข้ามาเช็คอีเมล์ฆ่าเวลาอีกด้วย
ดังที่เล่า ประเด็นที่มักกล่าวถึงบ่อยๆ ก็คือเรื่องกลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งต้องนำมาเป็นหลักวิเคราะห์ในการเขียนบันทึกข้อความเสนอแนะ (memorandum) ต่อผู้มีอำนาจในการออกนโยบาย (โดยสมมติ) หลายต่อหลายครั้ง ผมไม่มีความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวเลย แถมยังคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระอีกด้วย นั่งคิดถึงว่าเหตุใดกลุ่มผลประโยชน์จึงมีอิืืทธิพล สามา่รถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายได้ถึงเพียงนี้
ประสบการณ์ในวันนี้ได้ทำให้ผมเ ข้าใจว่าการเดินพาเหรด แท้จริงแล้วก็คือ การแสดงออกซึ่งการเรียกร้องของกลุ่มผลประโยชน์นั่นเอง ขบวนพาเหรดประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาป่าวประกาศความคิดที่ตนเชื่อผ่านการจัดแต่งขบวน เรื่อยไปถึงการถือป้ายเขียนคำพูดที่แสดงถึงความรู้สึกนึกคิดต่อประเด็นนั้น ในวงกรอบของงานใหญ่ที่จัดขึ้นทั้งงาน ซึ่่งในที่นี้ก็คือเรื่องของ "เพศสภาพ"
ขบวนพาเหรดประกอบในงานวันนี้ประกอบไปด้วย อาทิ กลุ่มเรียกร้องให้สังคมยอมรับการแต่งงานโดยเสรี (free marriage)ซึ่งรวมถึงการมี "สองแม่ หรือสองพ่อ" (คู่เพศเดียวกันรับลูกมาเป็นบุตรบุญธรรม หรือใช้การอุ้มบุญ) กลุ่มเรียกร้องมิให้เด็ก "ขลิบ" (สังเกตได้จากป้ายในรูปเด็ดอ้าปาก "You Wanna Cut Off What") ฯลฯ
นอกจากนี้แล้ว กลุ่มผู้มีอำนาจในการออกนโยบาย หรือในอีกทางหนึ่งก็คือ ผู้ที่เป็นตัวแทนกลุ่มประโยชน์นั้นก็เข้าร่วมขบวนด้วย ทั้งๆ นี้คงต้องการแสดงการสนับสนุนออกในที่สาธารณะ และในเ็ป็นที่รู้โดยทั่วกันของคนในกลุ่มที่ร่วมชมงาน อันเป็นหนึ่งในคะแนนเสียงสำคัญของการปฏิบัติงานและการรับเข้าเลือกตั้งของผู ้มีอำนาจคนนั้นๆ ในวาระต่อไป ดังนั้นจึงเห็นนายกเทศมนตรีของเมืองซานฟรานซิสโก วุฒิสมาชิกของเมือง รวมทั้งรองผู้บังคับการตำรวจเมืองซานฟรานฯ (SFPD) อีกนักการเมืองท้องถิ่นออก ออกมาในขบวนพาเหรดพร้อมติดป้ายชื่อพร้อมตำแหน่งของตัวเองให้หราเห็นเป็นเด่น ชัด
นักการเมืองไม่ว่าจะเมืองไทยหรือเมืองเทศ ก็ติดนิสัย "ปิดทองหน้าพระ" กันทั้งสิ้น ก็แน่ล่ะ สิ่งที่นักการเมืองคิดมีอยู่สิ่งเดี่ยวก็คือ "การทำตนให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป"
โลกนี้เป็นโลกของทุนนิย มเต็มขั้นจริงๆ เพราะภาคธุรกิจก็ใ้ช้การเดินขบวนพาเหรดในครั้งนี้โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนเช่้นก ัน สินค้าเหล่านี้มีตั้งแต่ของเล่นเซ็กซ์ ถุงยางอนามัย ซุปเปอร์มาเก็ตท้องถิ่น เรื่อยไปถึงน้ำอัดลมยิ่ห้อดัง
ประสบก ารณ์ในวันนี้ตอบข้อสงสัยและความหงุดหงิดที่ค้างคาใจมาตลอดการเรียนที่ ผ่านมาประการทั้งปวง ผมได้รับความกระจ่างชัดว่า "ทำไมกลุ่มผลประโยชน์จึงเป็นปัจจัยสำคัญของนโยบายสาธารณะ (ของการเมืองอเมริกา)"
ประมวลรูปฝืมือนักข่าวหัวเห็ด "ท่อก กระหล่ำปลีกุล" จ้ะ
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |






















6 Comments:
งั้นกูต่อนะ สรพงศ์ ชาดําเย็น ถ่ายภาพ เอ้ย!!!
ขบวนพาเหรด ของคนหลายๆเพศ
รูปสวยดี
บางทีคําตอบของใครบางคนก็อยู่ไกล จริงๆ
เฮ้ย...ห้ามคิดลึกนะ
คำตอบของกูอยู่ไกลก็จริง...แต่หมายถึงเรื่องประเด็นการเรียนนะ
บ่แม่นเรื่องส่วนตัวนะจ้ะ
ยังไง "แบบนี้" ก็ไม่ใช่แนวของผมเสียด้วยสิ
ไม่มีสวยๆ แบบเมืองไทยมั่งเหรอคะ
มีแต่"บึ๊กๆ "
แง่ว
บทความเยี่ยมมากท่อก แถมรูปประกอบเยอะดีด้วย อัพเดตเรื่องบ่อยๆนะ จะคอยติดตามเรื่องต่อไป :)
น่าคิดค่ะ น่าคิด
หรือ ต้องเอาไปคิดหว่าคะ?
ฮรี่ๆ ... นั่นซิคะ ประเภทที่ 3 ฝรั่งนี่น่ากลัวอ่า ... ของพี่ไทยนี่สวยจนผู้หญิงอย่างเรายังอาย
รูปล่างซ้าย คงไม่ได้หมายถึง
ผู้หญิงกับสุนัขนะ
...
Post a Comment
<< Home