Friday, September 30, 2005

สิ่งที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตผม

ผมเชื่อว่าไวโอลินตัวนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผมก็เป็นได้

ผ มซื ้อมาจากตลาดนัดขายของเก่ามาในราคา 60 เหรียญสหรัฐ ด้านหลังของไวโอลินเป็นไม้แผ่นเดียว ขนาด 3/4 อันหมายถึงเป็นไวโอลินที่มีขนาดเล็กลงมาไม่เท่าขนาดจริง (4/4) ที่ใช้กันทั่วไป เป็นไวโอลินสำหรับคนตัวเล็ก หรือเด็ก ตัวไม้ลงน้ำมันวานิชเป็นสีธรรมชาติ ที่ฉลากเขียนไว้ว่า

"Nicolaus Gagliano filius
Alexandri fecit Neap. 1740"

จ ากการค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ฉลากที่ซ่อนอยู่ภายในตัวไวโอลินตัวนี้ เป็นภาษาลาติน แปลว่า "ทำโดยนายช่าง Nicolo Gagliano ซึ่งเป็นลูกชายของนายช่าง Alessandro ในปี ค.ศ. 1740 นายแก๊กกลาอาโนคนนี้ เป็นนายช่างไวโอลินชื่อดังแห่งเมืองครีโมนา (Cremona) เมืองทำไวโอลินเก่าแก่ แห่งประเทศอิตาลี

อย่างไรก็ดี ไวโอลินเก่าแท้ นั่นหมายถึงทำในปี ค.ศ. ที่เขียนไว้บนฉลากจริง ที่หลงเหลือมาในปัจจุบันนั้นน้อยมาก ยิ่งหากคิดดีๆ แล้วก็น่าจะเชื่อถือตาม เพราะหากไวโอลินตัวนี้ทำในปี 1740 จริง นั่นหมายความว่า อายุอานามของมันก็ล่วงเลยเข้าย่าง 300 ปีแล้ว ไวโอลินทำด้วยไม้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากับมวลมนุษย์มานับไม่ถ้วน ความเป็นไปได้ที่จะอยู่ดีถึงเวลานี้ก็คงจะมีน้อยมาก

สาเหตุที่ฉลากเข ียนไว้ชวนให้คนรุ่นหลังหลงเชื่อว่าเก่าแก่เช่นนี้มีที่มา ด้วยในศตวรรษที่ 19 ต้นศตวรรษที่ 20 ช่างไวโอลินเยอรมันมักจะทำไวโอลินตามรูปแบบไวโอลินเก่าของช่างดังๆ ในอดีต และมักจะปิดป้ายซึ่งทำึขึ้นมาใหม่เหมือนกับไวโอลินตัวที่เป็นแม่แบบทำตามตัว นั้นๆ บางครั้งก็มักจะทำป้ายขึ้นมาใหม่เหมือนของที่เคยติดมาเดิมเหมือนกันไม่มีผิด เพี้ยน หากในบางครั้งก็จะเขียนไว้ว่าเป็นตัวทำเหมือน (copy) บางครั้งก็จะเขียนป้ายไว้ว่าเป็นไวโอลินของช่างผู้ใด แต่จะใช้ดินสอเขียนเลขปีสองตัวหลังว่าทำในปีไหน แทนที่จะใช้ป้ายพิมพ์ เนื่องจากทำให้สามารถประหยัดค่าพิมพ์ได้ (บนป้ายเขียน 18 ด้วยการพิมพ์ และมักจะเขียนสองตัวหลังของ ค.ศ. ด้วยดินสอ)

ผมส่งรูปไวโอลินตัวนี้ให้กับนายห้างแฟรงค์เ พื่อนรัก เขาบอกว่าเป็นไวโอลินที่มีรูปร่างและรูปทรงสมัยบาโรค (Baroque) และที่คอไว้โอลินมีร่องรอยของการต่อให้ยาวขึ้น เนื่องด้วยไวโอลินสมัยบาโรคนี้นิยมทำให้คอไวโอลิน (ส่วนที่ยาวๆ สำหรับเป็นแป้นใช้นิ้วกดเพื่อให้มีเสียงแตกต่างกัน) สั้นกว่าไวโอลินทั่วไป การต่อคอนี้ก็ทำให้สามารถเล่นเพลงคลาสสิกที่ใช้เล่นกันได้

หากเป็น การต่อคอไวโอลินด้วยสาเหตุดังที่ว่ามานี้จริงๆ แล้ว ผมก็มีความหวังว่าไวโอลินตัวนี้จะเป็นไวโอลินที่เก่าจริง และจะเป็นไวโอลินที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตผม

นายแห้งแฟรงค์วิเคราะห์จ ากรูปถ่ายแล้วบอกว่า ไวโอลินตัวนี้ต้องการการซ่อมแซมนิดหน่อย ด้วยมีรอยแตกยาวด้านหน้าอยู่หนึ่งรอย และมีรอยขีดข่วนซึ่งสามารถซ่อมแซมได้โดยง่าย โดยเบื้องต้นนายห้างแนะนำว่าควรซ่อมกับช่างจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งสมัยนี้มีความสามารถทัดเทียมกับช่างจากยุโรป แต่ีมีราคาค่าตัวย่อมเยากว่ามาก แล้วค่อยนำไปให้ช่างไวโอลินจากยุโรปตีราคา (appraisal)

ดังนั้น ไวโอลินตัวนี้จึงมีวาสนาดี ผมจะส่งกลับเมืองไทยผ่านพี่สาว หรือเพื่อนที่จะเดินทางกลับเมืองไทยในเดือนตุลาคมนี้ และหลังจากนั้นนายห้างแฟรงค์ฯ ซึ่งมีธุรกิจต้องเดินทางไปเมืองจีนพอดี นำไปแต่งองค์ปรุงโฉมใหม่ให้เอี่ยมอ่อง เมื่อกลับมาก็จะให้ช่างฝรั่งที่มาเยี่ยมเยียนร้านของเขาตีราคา และออกใบรับรองความเก่าความแท้ของไวโอลินให้

แต่อย่างน้อยนายช่างแฟรงค์ก็ใช้ประสบการณ์ในธุรกิจขายไวโอลินเก่าตีราคาว่าอย่างน้อยก็จะขายได้ไม่ต่ำกว่า 7-8 หมื่นบาท

ผ ม จึงหวังว่าไวโอลินตัวนี้จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตทางการเงินให้ดีขึ้น หรือถ้าหากไวโอลินตัวนี้มีคุณค่าเก่าจริงๆ ผมก็อาจจะไม่ขาย เก็บไว้ซึ่งคุณค่าไว้ชื่นชมด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็เก็บไว้เผื่อชีวิตที่อาจจะตกอับในภายภาคหน้า

นี่ความตื่นเต้นในชีวิตที่มาเยี่ยมเยือนนักเรียนทุนจนๆ และคนเคยเล่นไวโอลินอย่างผมในห้วงเวลานี้

12 Comments:

At 10:38 PM, Blogger Lex Luthor said...

ตื่นเต้นด้วยคน ของเก่าแก่แบบนี้มีคุณค่าในตัวของมันเองยิ่งนัก ทุกสิ่งที่มีอายุยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งน่าสนใจ แล้วจะติดตามความคืบหน้าต่อไปนะท่อก :)

 
At 9:36 AM, Blogger ratioscripta said...

เดี๋ยวจะรีบกลับไปถูๆ เล็งๆ กีตาร์ตัวที่นอนนิ่งอยู่ที่บ้านมั่ง

เผื่อจะมีป้ายแสดงแหล่งที่มาที่ไป...

...........

กลับมาแว้วววว

มันเขียนว่า เวิ้งนครเกษมว่ะ

ปี 2542

สงสัยต้องหมักบ่มไว้อีกสักร้อยสองร้อยปี

อาจจะเป็นของมีค่ามีราคาในฐานะวัตถุโบราณให้ลูกหลานมันได้ปลื้มบ้าง

............

ดีใจด้วยท่อก

 
At 2:13 PM, Blogger kasab71 said...

พอพูดถึง ช่างแฟรงค์แล้ว ขํา เห็นภาพเลย

ดีว่ะ ได้ไวโอลินมา ปี่สก็อต(ยังอยู่เปล่าท่อก) จะได้มีเพื่อน คราวนี้อยากฟังเสียงไวโอลินบ้างนะ หลังจากเคยฟังปีสก็อต ที่ท่อก กะหล่ำปลีสกุลเป่ามา

พูดถึง ก็เริ่มคิดถึงซออู้เก่าๆ ที่กะลามะพร้าวแตกเรียบร้อยเพราะความร้อน จําได้ว่าซื้อที่ร้าน งามเขตต์ ตอน ม1 ม2 แต่ก็มีอายุการใช้งานได้หลายปี ก่อนจะพังลง ขึ้นไปดูหน่อยดีกว่า ว่าเป็นไงบ้าง

อีกทั้งเมโลดิก้า ที่เคยเป่าตอน ป 4 ป 5 ก่อนต้องล้มเลิกไป เพราะผลการเรียนตก

ซ่อมเสร็จเร็วๆนะ จะรอยลโฉม และเสียงเพลงด้วย(ช่างแฟรงค์ ต้องแสดงท่าทางให้ดูก่อนด้วยนะ ฮ่าๆ)

 
At 4:44 AM, Anonymous Anonymous said...

สวัสดีครับ เป็นไงบ้างแล้วครับ สำหรับเครื่องดนตรีชิ้นนี้ครับ ......

 
At 4:23 PM, Blogger sweetnefertari said...

แล้วทำไม เจ้าของเดิมเค้าถึงขายให้ถูกนักล่ะค่ะ สงสัยจัง หรือว่าเจ้าของร้านของเก่าเค้าไม่รู้ถึงคุณค่าของมัน ถ้าถั่วขนาดนั้นแล้วมาขายของเก่าทำไม งงจัง

แต่ยังไงก็ขอให้เป็นของจริงก็แล้วกันนะจ๊ะ ^_^

 
At 10:26 AM, Blogger sweetnefertari said...

วันนี้ไปงานนังสือมา ได้หนังสือดีๆมาหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือของใครไม่รู้ ชื่อว่า "การเดินทางครั้งนี้ไม่ธรรมดา" มีรูปคนเขียนด้วยนะ ใส่กางเกงขาสั้นจุ๊ด เผยขาเรียวงาม (เฮ่อๆ รูปที่นั่งถ่าย...รูปอะไรสักอย่างอยู่ไง หน้าท้ายๆน่ะ)

ถ้ามีโอกาศได้เจอคนเขียนน่ะนะ ฝากบอกเค้าด้วยว่า "ชอบเล่มนี้จัง" ^_^

 
At 8:42 AM, Anonymous Anonymous said...

พี่พลครับ ยังไม่ได้ข่าวเลยครับ นายห้างแฟรงค์ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา ไวโอลินกลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

พี่ไวท์ ขอบคุณมากครับ แหม... เชียร์มากเดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นไส้เอา

พี่มิ้ม กบมีชื่อแล้วนะหนึ่งตัว ชื่อว่า "อ็อด" วงคีรีบูน เพราะกบมันจะมีเสียงร้องเหมือนนกคีรีูบูน

 
At 10:19 AM, Blogger sweetnefertari said...

ถ้าใครหมั่นไส้นัก ก็ให้มันลองเขียนเองสิจ๊ะกุ๊กกิ๊ก ^_^

มิ้มจ๊ะ... ไวท์ชอบตอนนิทานเจ็ดสาวน้อย เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก เป็นเรื่องสำคัญ ที่ไม่บอกก็ไม่ทันนึกถึงจริงๆ แถมเป็นจ.สระบุรี อ.มวกเหล็กอีกต่างหาก แต่มันคนละเขตกับที่แม่ของไวท์รับผิดชอบ แต่บอกแม่แล้ว เรื่องที่มีคนเก็บตะไคร้น้ำไปขาย แม่บอกว่าจะบอกน้าปิง สจ.ประจำเขตให้ ถ้าจะให้ดี ขอข้อมูลอีกนิดได้มั๊ย ยิ่งเร็วยิ่งดี เร็วเท่าไรก็จะช่วยตะไคร้น้ำของกุ๊กกิ๊กได้เร็วเท่านั้นนะจ๊ะ

 
At 10:39 AM, Blogger sweetnefertari said...

อีกอย่างนะ เวลาอ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะถูกต้องทั้งหมดอยู่แล้วล่ะ ทำมากก็ผิดมาก คนที่ไม่ผิด คือ คนที่ ไม่ทำอะไรจ๊ะ

ส่วนที่ชอบนะ เพราะอยากเขียนแบบนี้แหละ การเดินทาง ที่บวกประสบการณ์ และความรู้ อ่านเพลินๆสบายๆ อ่านไปนึกถึงหน้าน้องกุ๊กกิ๊กไป เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวเลย เชื่อมะ อมยิ้มแก้มตุ่ยเลย

 
At 10:40 AM, Blogger sweetnefertari said...

อีกอย่างนะ เวลาอ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะถูกต้องทั้งหมดอยู่แล้วล่ะ ทำมากก็ผิดมาก คนที่ไม่ผิด คือ คนที่ ไม่ทำอะไรจ๊ะ

ส่วนที่ชอบนะ เพราะอยากเขียนแบบนี้แหละ การเดินทาง ที่บวกประสบการณ์ และความรู้ อ่านเพลินๆสบายๆ อ่านไปนึกถึงหน้าน้องกุ๊กกิ๊กไป เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวเลย เชื่อมะ อมยิ้มแก้มตุ่ยเลย

 
At 10:05 PM, Anonymous Anonymous said...

พี่ไวท์ เรื่องตะไคร้น้ำน่ะครับ ผมเจอที่เป็นที่เอกชน ที่เขาทำเป็นที่พักผ่อน มีโรงแรม และร้านอาหารอยู่ริมน้ำตก จำได้ว่าหากขับรถมุ่งหน้าไปยังน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ด้านขวามือจะเลียบลำธารไปตลอด ที่ผมเห็นผมเจอก็อยู่ระหว่างทางก่อนจะถึงนี่แหละครับ ไม่ทราบว่าอธิบายถูกหรือเปล่า มันอยู่ใกล้ๆ ไร่ สุๆ อะไรซักอย่าง

ผมว่าเก็บไปขายน่ะได้ แต่ต้องมีระบบการจัดการที่ถูกต้อง และชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นก็ควรที่จะได้ัรับผลตอบแทนจากการค้าขายอย่าง "แฟร์" ด้วย ไม่ใช่ให้แต่นายทุนกว้านกำไรไปอย่างเดียว ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการ "ห้าม" เลย เพราะมันไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอันใด แต่การ "จัดการ" ที่ถูกวิธีน่าจะดีกว่านี้

ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ แต่พ่อผมชอบบอกให้ระลึกว่า ลูกยอมันเหม็นจ้ะ

 
At 2:35 PM, Blogger sweetnefertari said...

ปรกติฉันไม่ค่อยชมใครง่ายๆหรอกจ๊ะ เป็นไปตามเนื้อผ้า ฉันชอบแนวนี้ พอดีเคยเห็นหน้าคนเขียน เห็นท่าทางเวลาเค้าพูดด้วย มันเลยเข้าใจง่าย สื่อกันง่าย อย่างที่บอก ฉันชอบคิดเป็นภาพเคลื่อนไหว แล้วพอดีฉันเห็นภาพนั้นในหนังสือเล่มนี้ ก็เท่านั้นเอง

นี่...ใครชมก็รับไว้เถอะ อย่าไปตั้งคำถามกับมันมาก มีสติรู้ดีชั่วก็พอ คล้ายๆกับที่เค้าว่า เมื่อมีคนบอก "รัก" อย่าถามกลับไปว่า "จริงหรอ?" ทีหลังเค้าเลยบอกว่า "งั๊นฉันไม่รักแกก็ได้ย่ะ!!"

พอดีฉันมันพวกบ้ายอ ถ้าลูกยอมันเหม็น งั้นกินหมูยอแทนก็ได้ 55

 

Post a Comment

<< Home